ธุรกิจร่วมทุนใหม่ของ PTT ไม่กระทบธุรกิจ iCNG ในระยะสั้น
PTT ร่วมทุนให้บริการก๊าซกลุ่มอุตสาหกรรม
เมื่อวานนี้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงเมื่อวานนี้ ตอบสนองจากประเด็นข่าวใหม่ที่คณะกรรมการ PTT มีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัท OGP Energy Solutions (OGP) โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง PTT Retail Business กับบริษัท Osaka Gas (Thailand) ในสัดส่วน 40% และ 60% ตามลำดับ เพื่อดำเนินธุรกิจ Energy Service Solution ทำหน้าที่บริหารจัดการด้านพลังงานแก่ ลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งการจำหน่ายพลังงานเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตให้กับลูกค้า ออกแบบด้านวิศวกรรม จัดหาและลงทุน เครื่องจักร ท่อส่งก๊าซภายในพื้นที่ลูกค้า ให้บริการปรับเปลี่ยนระบบและอุปกรณ์ ให้สามารถใช้ก๊าซธรรมชาติได้
กลุ่มลูกค้าแตกต่าง ไม่กระทบรายได้ในระยะสั้น
เรามองว่าลักษณะที่แตกต่างกันของการให้บริการจะแยกกลุ่มลูกค้าของ SCN และ OGP อย่างชัดเจน เนื่องจาก SCN ให้บริการในลักษณะ Bulk gas มีการขนส่งก๊าซฯทางรถบรรทุกก๊าซฯให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมนอกแนวท่อก๊าซฯหลัก ซึ่ง SCN มีจุดแข็งอยู่ที่การเป็นเจ้าของสิทธิบัตรเทคโนโลยี PRS (Pressure Reducing System) เพื่อลดแรงดันจากการรถบรรทุกก๊าซฯ ไปสู่กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ขณะที่ OGP จะให้บริการในลักษณะ Pipe gas มีการขนส่งก๊าซฯ ให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ผ่านการขนส่งก๊าซฯ ทางท่อย่อย ที่เชื่อมต่อมาจากท่อก๊าซฯหลัก โดยไม่จะเป็นต้องมีการปรับแรงดัน ถือเป็นจุดเด่นของโครงการ อย่างไรก็ตามการก่อสร้างท่อก๊าซฯ ย่อย ยังต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี เพื่อศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และความคุ้มค่าของโครงการ ก่อนทำการก่อสร้างท่อก๊าซฯ ทำให้เรามองว่าการให้บริการในลักษณะดังกล่าวจะจำกัดอยู่เพียงกลุ่มลูกค้าที่อยู่ตามแนวท่อก๊าซฯ หลัก และท่อก๊าซฯ ย่อย เท่านั้น
ผู้บริหารยืนยันเดินหน้าโครงการ iCNG
หลังประกาศข่าวร่วมทุนของ PTT ผู้บริหาร SCN ประเมินว่าการจัดตั้ง บริษัท OGP Energy Solution (OGP) ระหว่าง PTT และ Osaka Gas จะเป็นปัจจัยบวกต่อ SCN ในระยะสั้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของ OGP ยังคงต้องใช้บริการขนส่งก๊าซฯจาก SCN เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการก่อสร้างท่อก๊าซฯ ย่อย เชื่อมต่อระหว่างกลุ่มลูกค้า และท่อก๊าซฯ หลัก (ท่อก๊าซฯ เส้นที่ 4 ระหว่าง จ.ระยอง – แก่นคอย จ.สระบุรี) โดยปัจจุบันโครงการ iCNG Phase 1 ของ SCN เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ 2Q58 ที่ผ่านมา และเราคาดหมายจะเห็นยอดขายจากโครงการดังกล่าวเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหนุนกำไรสุทธิ 2H58 เรายังคงประมาณการผลประกอบการทั้งปี 2558 ของ SCN เท่าเดิม
แนะนำ “ซื้อลงทุน”
เรายังคงมูลค่าเหมาะสมของ SCN ที่ 14.20 บาท และยังคงแนะนำ “ซื้อ” จาก Demand ของ CNG ในตลาดที่ยังคาดว่ายังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเราใช้สมมติฐานการเติบโตของยอดขายในปี 2559 – 2560 ที่ 7 พันล้านบีทียูต่อปีซึ่งเราเชื่อว่ายังคง Conservative ทำให้กำไรสุทธิคาดว่าจะเติบโต 15% ต่อปี (CAGRs) อย่างไรก็ดีเรามีความกังวลต่อการเติบโตในระยะยาวของ SCN เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากมีผู้ประกอบการในธุรกิจเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งจะกระทบต่อ Margin ของธุรกิจ โดยเราจะติดตามการเติบโตของยอดขายจากโครงการ iCNG อย่างใกล้ชิด









