เริ่มสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงใกล้ 1330 เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ซึมในกรอบแคบ
เราคาดว่าตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวกรอบแคบ 1340-1360 โดยมีปัจจัยหนุนคือตัวเลข ADP ของสหรัฐที่โชว์การเติบโตของภาคแรงงานส่งผลให้ดาวโจนส์ฟื้นตัวขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดจะยังไม่ปรับขึ้นได้มากและมีโอกาสซึมลงต่อ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆและ window dressing มาสนับสนุน ประกอบกับความกังวลเรื่องการปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยมีส่วนกดดัน sentiment อยู่ต่อเนื่องในช่วงนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1330/1370 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
กลยุทธ์ : เริ่มสะสมหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงใกล้ 1330 เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐและค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
นักลงทุนระยะสั้น : CSS (6.20), BROCK (3.20)
CSS (6.20) ประกอบธุรกิจออกแบบและติดตั้งเสาแดงและอุปกรณ์รับส่งสัญญาณ ลูกค้าหลักก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่มสื่อสาร อย่างเช่น TRUE และ DTAC ราคาหุ้นเคยขึ้นจาก 6 บาทไป 8 บาทช่วงต้นปี แล้วก็ไหลลงมาเรื่อยๆจนปัจจุบันเหลือ 5 บาทต้นๆ เพราะบริษัทประกาศยกเลิกการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า solar farm ที่ญี่ปุ่น บวกกับนักลงทุนเริ่มกังวลกันเรื่องที่บริษัทยังไม่มีงาน Backlog ที่ชัดเจนรอไว้สำหรับปีหน้าถึงแม้ว่าปีนี้จะมีรายได้และกำไรเติบโตดีก็ตาม กลยุทธ์สำหรับหุ้นตัวนี้เรามองว่า ใครที่ติดอยู่ต่ำกว่า 6 บาท อุ่นใจได้ ถือต่อและควรซื้อต่อถ้าเห็นต่ำกว่า 5 บาทอีก ภายในสิ้นปีนี้น่าจะได้เห็นกลับขึ้นไป 6 บาทได้เพราะ 1)ไตรมาส 4 ปกติและจะเป็น High season ของธุรกิจสื่อสาร ทำให้น่าจะมีงานใหม่เป็น Backlog มาเพิ่มสำหรับปีหน้า 2)การประมูล 4G จะช่วยเสริม sentiment กลุ่มสื่อสารให้เป็นบวก แต่ถ้าเห็น 6 บาทภายในสิ้นปีนี้ อย่าโลภนะครับ ต้องขาย เพราะ CSS-W1 จะหมดอายุในเดือน มี.ค.59 (120 ล้านหุ้น) 1:1.201 หุ้น ราคาใช้สิทธิ์ 1.249 บาท สรุปคือถ้าเห็น CSS ต่ำกว่า 5 บาท ซื้อ เห็น 6 บาท เผ่นครับ
BROCK (3.20) มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 จะออกมาดีมาก แถมแผนการเจรจากับพันธมิตรร่วมลงทุนโครงการอสังหาในภูเก็ตกว่า 1 หมื่นล้านบาทใกล้จะประกาศออกมาในอีกไม่ช้า จึงเหมาะไว้เล่นสั้นเก็งกำไร ถ้ายืนเหนือ 2.80 ได้สักพักจะไปต่อได้อีกถึง 3.20 ก็ไม่ยาก
นักลงทุนระยะยาว : BDMS (25.50), TVO (33.75)
BDMS (25.50) โดยขณะนี้ BDMS มีราคาถูกที่สุดและ upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 30% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 6 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 30% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี
TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "คลัง" ถกเคาะมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์วันนี้ ลดค่าธรรมเนียมการ "โอน-จดจำนอง" เหลือ 0.01% นาน 6 เดือนถึง 1 ปี ช่วยลดค่าใช้จ่าย "ผู้ซื้อ-ผู้ขาย" พร้อมผ่อนปรนเงื่อนไขสินเชื่ออนุมัติสินเชื่อง่ายขึ้น ผู้ประกอบการเชื่อดันตลาดอสังหาฯ ปลายปีคึกคัก
- "แบงก์ชาติ" เผยเศรษฐกิจเดือน ส.ค. ยังอ่อนแอ แต่พบสัญญาณบวกในบางจุด ยอมรับส่งออกหดตัวหนัก เผยหักทองคำลดลงถึง -9.5% ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดบวกต่อเนื่องเดือนที่ 11 ส่วนเงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาค ผลจากดอลลาร์แข็งค่า เผย 9 เดือนทุนไหลออก 5.9 พันล้านดอลลาร์ ด้านหนี้ครัวเรือนขยับแตะ 80.6% ทางด้าน"หอการค้า" ชี้เศรษฐกิจไทยหมดยุคโตก้าวกระโดด ชง "ยุทธศาสตร์ประเทศ" ฉบับเอกชน เปลี่ยนผ่านสู่สังคมเศรษฐกิจใหม่ มั่นใจพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางในปี 2563 ระบุไทยพึ่งต่างประเทศมากเกินไป จับตาไตรมาส 4 แผนกระตุ้นไม่เห็นผล ส่งสัญญาณมีปัญหาเชิงลึก
- นายณัฐพล รังสิตพล รองผู้อำนวยการ สศอ. เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนสิงหาคม 2558 หดตัว 8.3% อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมรถยนต์ยังคงขยายตัวได้ดี โดยขยายตัวในระดับ 2 หลัก ที่ 13.3% โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ลดลง อาทิ HDD โทรทัศน์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ ขณะที่ภาพการผลิตของประเทศในเอเชียในช่วงปี 2557 และ 2558 ที่ผ่านมายังมีทิศทางเปราะบาง โดยประเทศที่ยังขยายตัวได้ เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซีย ก็ยังขยายตัวในระดับต่ำ ขณะที่ในบางประเทศอย่างเกาหลีใต้และไต้หวันมี MPI ติดลบในบางช่วงเวลา สอดคล้องกับภาคการผลิตของไทย
+ ธุรกิจ 3 กลุ่มยักษ์ "เอ็มบีเค-สยามพิวรรธน์- สยามสแควร์" ผนึกพันธมิตร "พลังสยาม" วางยุทธศาสตร์ "ย่านสยาม" ไอคอนิค แลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ย่านการค้า-แหล่งท่องเที่ยว เทียบมหานครใหญ่ทั่วโลก ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติทุ่มกว่า "หมื่นล้าน" เพิ่มแม่เหล็กเสริมแกร่ง กระทุ้งรัฐปรับโครงสร้างภาษีแบรนด์หรูวัตถุดิบนำเข้า
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 16,284.70 จุด พุ่งขึ้น 235.57 จุด หรือ +1.47%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นหลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานขึ้นเมื่อวานนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานของออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ที่ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย.
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 152.37 จุด หรือ 2.58% ที่ 6,061.61 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นอื่นๆในยุโรป หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตลาดได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
+ ดัชนีนิกเกอิปิดพุ่งขึ้น 457.31 จุด หรือ 2.70% แตะที่ 17,388.15 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นแข็งแกร่ง โดยนิกเกอิทะยานขึ้นกว่า 500 จุดในช่วงสั้นๆ เนื่องจากนักลงทุนกลับเข้ามาช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากที่นิกเกอิร่วงลงไปกว่า 700 จุดเมื่อวานนี้ ขณะที่มีกระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะเดินหน้าใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินต่อไป ภายหลังจากญี่ปุ่นเปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวลงในเดือนส.ค.
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 45.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (30 ก.ย.) สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว






