ธ.ออมสิน หารือร่วม “พินิจศักดิ์” เผยธ.ออมสิน ยอมคืนเงินที่หักไปจากบัญชี ช.พ.ค.6 โดยพลการ 86 ล้านบาท
นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ว่าจากการหารือร่วมกันทาง ธ.ออมสินตกลงจะคืนเงิน ที่หักจากบัญชีเงินสนับสนุนพิเศษโครงการสวัสดิการโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) 6 ไปโดยไม่แจ้งให้สกสค.ทราบ จำนวน 86 ล้านบาทให้กับ สกสค.
ขณะเดียวกันยังได้หารือ ถึงการปรับรายละเอียดหรือเงื่อนไขของกองทุนเงินสนับสนุนฯ โดยตนได้เสนอให้ยุติการให้กองทุนเงินสนับสนุนฯใช้หนี้แทนครูที่ค้างชำระเงินกู้และให้ครูใช้หนี้ตามปกติเช่นเดียวกับผู้กู้ทั่วไป และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากขอรับการสนับสนุนจากธ.ออมสิน
"ที่ผมเสนอไม่ให้กองทุนเงินสนับสนุนฯใช้หนี้แทนครูเพื่อให้เห็น สภาพหนี้ที่แท้จริงของครู และให้ออมสินทวงหนี้โดยตรงกับครู ที่สำคัญเป็นการปลุกจิตสำนึกครูว่าเมื่อเป็นหนี้ต้องส่งคืน ไม่ใช่รู้ว่ามีกองทุนใช้หนี้แทนแล้วไม่ยอมจ่าย แต่ยังไม่ถือเป็นข้อสรุปต้องมีการหารือร่วมกันอีก"นายพินิจศักดิ์ กล่าว
ด้าน ดร.ทองอยู่ แก้วไทรฮะ ประธานที่ปรึกษาเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า เวลานี้ต้องมาหารือกันอย่างจริงจังว่าจะทำอย่างไรจึงจะสร้างสำนึกให้ครูที่เป็นหนี้มาชำระเงินคืน และต้องปรับหลักเกณฑ์การกู้เงินไม่ใช่ให้กู้ได้ง่ายๆ อีกต่อไป ที่ผ่านมา คนที่ไม่มีความจำเป็นก็มากู้ เพราะเห็นว่ากู้ได้ง่าย และบางคนก็มีเจตนาไม่ใช้หนี้
เมื่อ สกสค.ไม่อนุญาตให้ธนาคารออมสินหักเงินจากกองทุนสนับสนุนฯเพียงรอบเดียว ก็ทำให้เห็นว่ามีจำนวนครูที่เป็นหนี้เสียหรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หลายหมื่นคน ซึ่งจากการหารือ ก็แนวจะดำเนินการในหลายแนวทาง ทั้งฟ้องครูที่ค้างชำระหนี้ และเรียกมาปรับโครงสร้างหนี้ แต่อย่างไรก็ตามจากการที่ธนาคารออมสิน ได้ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็พบว่ามีครูเข้าร่วมโครงการเพียง 5,000 คนจากที่ลงทะเลียนไว้ถึง 21,680 คนซึ่งถือว่าน้อยมาก
นางปิยาภรณ์ เยาวาจา ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการครู รักษาการรองเลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนครูและบุคลากรซึ่งเป็นสมาชิก ช.พ.ค.กู้เงินโครงการสวัสดิการเงินกู้ช.พ.ค.กว่า 4 .6 แสนราย รวมเป็นวงเงินกู้กว่า 5 แสนล้านบาท โดยที่ผ่านมาแต่ละเดือนธ.ออมสินจะหักเงินคืนกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ประมาณเดือนละกว่า 300 ล้านบาท
แต่ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมามีครูที่ไม่ชำระหนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการบอกต่อๆ กันมีกองทุนสนับสนุนฯ จ่ายเงินแทน และขาดความเชื่อมั่นตั้งแต่มีกรณีการทุจริตเกิดขึ้น ทำให้เงินที่ใช้หักสำหรับครูที่ไม่ชำระหนี้มีไม่พอ ส่งผลให้ที่ผ่านมากองทุนต้องหาเงินมาชำระหนี้แทนครูเหล่านี้เพิ่มถึงเดือนละ 100 กว่าล้านบาท ซึ่งต่อไปอาจจะต้องมีการฟ้องร้องครูที่ค้างชำระหนี้อย่างจริงจัง จากเดิมที่ให้โอกาสเพราะถือว่าเป็นการดูแลสวัสดิการและสวัสดิภาพครู

