วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสิกรฯชี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าในรอบ6ปีครึ่ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ ค่าเงินบาทอ่อนสุดในรอบ 6 ปีครึ่ง หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย - เศรษฐกิจจีนชะลอ มั่นใจปีนี้อ่อนไม่เกิน 36.75 บาท/ดอลลาร์

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวกับ “สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย” ถึงทิศทางค่าเงินบาทในวันนี้ที่อยู่ที่ระดับ 36.44-36.46 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าในรอบ 6 ปีครึ่ง โดยประเมินว่า ค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง ในทิศทางเดียวกับสกุลอื่นๆในภูมิภาค โดยมีแรงกดดันจาก การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนตุลาคมนี้ หรือ อย่างช้าที่สุดในกลางเดือนธันวาคม ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้น

นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจาก เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว สะท้อนจากการประกาศตัวเลขกำไร ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ในจีนยังคงปรับลดลง ส่งผลให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนยังคงชะลอตัว ซึ่งมองว่าจะกดดันให้ค่าเงินหยวนมีแนวโน้มอ่อนค่า จนกดดันต่อสกุลอื่นในภูมิภาคให้อ่อนค่าตามไปด้วย ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงทรงตัวในระดับต่ำ กดดันในเรื่องของการส่งออกให้ชะลอตัวลง

ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเฉพาะจากบางประเทศ เช่น มาเลเซียที่มีปัญหาในเรื่องของการเมืองในประเทศ ซึ่งต้องยอมรับว่าในแต่ละประเทศมีความเปราะบางที่แตกต่างกัน

“ปัจจัยทั้งหมดล้วนเป็นแรงกดดันให้ค่าเงินบาทมีความจำเป็นที่จะต้องอ่อนค่าตามไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม สิ้นปีนี้ ศูนย์วิจัยยังคงมองค่าเงินบาทอยู่ที่ 37.65 บาทต่อดอลลาร์”นายเชาว์ กล่าว

นายเชาว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า และมีความผันผวนค่อนข้างมาก ในด้านของผู้นำเข้าที่มีการซื้อจ่ายในรูปเงินตราต่างประเทศ ควรเร่งปิดความเสี่ยง ด้วยการทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนความกังวลว่าจะเป็นเหตุการณ์ให้เกิดสงครามค่าเงินหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ในกรณีที่เฟดต้องการในค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงนั้น เพราะมีความจำเป็นในการช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ รวมทั้งอาจมีความจำเป็นในบางประเทศที่จะต้องลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยในเรื่องของการส่งออกด้วย ดังนั้น จึงไม่ได้มองว่า การที่ค่าเงินอ่อนค่าลงนั้นไม่น่าจะเป็นการทำสงครามค่าเงินแน่นอน

“จีนมีความจำเป็นที่จะต้องให้เงินอ่อน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้สามารถผ่านพ้นไปได้ คงไม่มีใครพยายามที่จะให้เกิดสงครามค่าเงินแน่นอน เพราะสิ่งที่ทุกคนทำให้ค่าเงินอ่อนค่า เพื่อต้องการที่จะช่วยในด้านของการส่งออก เพราะหากค่าเงินอ่อนน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ก็อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันได้”นายเชาว์ กล่าว