อุตสาหกรรมเข้า High Season - KCE ได้ประโยชน์มากที่สุด
ตัวเลข Book-to-Bill ชี้อุปสงค์ฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ 3Q58
Semi รายงานอัตรา Book-to-Bill ประจำเดือน ส.ค. (อัตราส่วนที่สะท้อนถึงทิศทางอุปสงค์โดยรวมของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์) อยู่ที่ 1.06 เท่า ชี้แนวโน้มอุปสงค์ที่ไต่ระดับดีขึ้นเล็กน้อยเทียบจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่ 1.02 เท่า จึงเชื่อว่า 3Q58 จะมีอัตราส่วน Book-to-Bill เฉลี่ยสูงกว่า 1.04 เท่าขึ้นไป ดีกว่า 2Q58 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 0.99 เท่า นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากมูลค่าสั่งซื้อในเดือน ส.ค. 58 ที่สูงถึง 1.66 พันล้านดอลลาร์ ถือว่ากลับไปสู่ระดับเดียวกับ ช่วง High Season ในปี 54-55 แล้ว หลังชะลอลงในปี 56-57 จากการที่ตลาดสินค้าชิ้นส่วนหน่วยความจำและสินค้าคอมพิวเตอร์บุคคลแบบดั้งเดิมชะลอตัวลง ฉุดตลาดอิเล็กทรอนิกส์โดยรวม (ส่วนมูลค่าสั่งซื้อเฉลี่ย 8M58 อยู่ที่ 1.49 พันล้านดอลลาร์ สูงขึ้นจาก 8M57 ที่เฉลี่ย 1.36 พันล้านดอลลาร์) ซึ่งช่วยยืนยันมุมมองของเราว่าในปีนี้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะสดใสขึ้น ใน High Season แม้เศรษฐกิจโลกยังไม่แข็งแกร่งนัก และเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของกลุ่มใน 3Q58 นี้
มอง KCE จะได้ประโยชน์จาก High Season ในปีนี้ เพียงรายเดียว
เราจึงคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการ 3Q58 สำหรับหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่เราศึกษาจะมีทิศทางดีขึ้นจาก 2Q58 โดยมองว่า KCE จะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จาก High Season เต็มที่มากที่สุดจากความพร้อมของโรงงานใหม่ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี 57 แล้วและฐานลูกค้าใหม่ที่ค่อยๆขยายอย่างต่อเนื่อง รองลงไปคือ HANA ที่พึ่งเปิดโรงงานที่ลำพูนแห่งที่สองเมื่อต้นปีและทยอยผลิตสินค้ากลุ่มใหม่ๆ แต่คาดจะถูกหักล้างบางส่วนจากผลลบของสินค้าแป้นสัมผัสที่อุปสงค์อ่อนแอตั้งแต่ 2Q58 ทำให้ไม่ได้ใช้กำลังการผลิตเต็มที่เหมือนปีก่อน ส่วน SVI คาดว่า 3Q58 จะไม่สามารถรองรับความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นมากได้เนื่องจากยังต่อเติมโรงงานไม่สมบูรณ์ จึงมีปัญหาคอขวดไปจนกว่าโรงงานเสร็จสมบูรณ์ใน 4Q58
ให้น้ำหนักของกลุ่ม “มากกว่าตลาด” มีปัจจัยบวกจำนวนมาก
แม้ราคาที่เหมาะสมปี 58 ของหุ้นในกลุ่มที่เราศึกษาปัจจุบันค่อนข้างเต็มมูลค่า แต่เราให้น้ำหนักการลงทุนของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ “มากกว่าตลาด” เนื่องจากปัจจัยดังนี้ 1)ในระยะสั้นมีปัจจัยบวกจากการเข้า High season ใน 3Q58 ที่คาดจะเห็นกำไรสุทธิของกลุ่มขยายตัวเด่น QoQ 2)เราคาดอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นปกติปี 58-59 ของกลุ่มที่ 12% สูงกว่าการเติบโตของ EPS SET ที่ 8% (อิง Bloomberg Consensus) เป็นผลจากการขยายกำลังการผลิตอีกจำนวนมากในหุ้นทุกตัวที่เราศึกษา 3)การทำธุรกิจส่งออกจึงได้อานิสงค์จากเงินบาทที่กำลังอ่อนค่าในปัจจุบันและในปีหน้า ซึ่งฝ่ายวิจัยเรายังคาดการณ์ค่าเงินบาทเฉลี่ยปี 59 ที่สูงถึง 37.5 บาท/ดอลลาร์สูงกว่าค่าเฉลี่ยปีนี้ที่คาด 33.5 บาท/ดอลลาร์ ด้วยเหตุนี้เราจึงมีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และมองเห็นหุ้นในกลุ่มยังมี Upside ที่สูงสำหรับสำราคาที่เหมาะสมปี 59 โดยหุ้นในกลุ่มเรายังเลือก SVI เป็น Top Pick เนื่องจากการคาดมีอัตราการเติบโตปี 59 สูงที่สุดขณะที่มีค่า PEG ต่ำกว่ากลุ่ม ส่วนในระยะสั้นเราเลือก KCE น่าสนใจที่สุด ในการเก็งกำไรระยะประกาศผลประกอบการ 3Q58
*สำหรับประเด็นข่าว เรียกคืนรถโฟล์กสวาเกน มองว่ามีผลกระทบน้อยมากต่อ KCE เนื่องจากมียอดขายให้ โฟล์กสวาเกน สัดส่วนเพียง 1% ของยอดขายทั้งหมดขณะที่ไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบกับการเรียกคืนรถเนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ผลิตท่อไอเสียและส่วนที่เกี่ยวข้อง









