วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออมสินเผยยอดปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้านพุ่ง1.5หมื่นลบ.

ธนาคารออมสิน เผย ปล่อยกู้กองทุนหมู่บ้านรวม 15,834 กองทุน วงเงิน 15,793.97 ล้านบาท มั่นใจเดือน ต.ค. จะอนุมัติโครงการครบ 3 หมื่นล้านบาท

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้ภายใต้วงเงินสินเชื่อตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้าน 60,000 ล้านบาท โดยสนับสนุนผ่านโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ระยะแรกพิจารณาจากกองทุนหมู่บ้านเกรด A และ B หลังจากเบื้องต้นมีหมู่บ้านที่มีความพร้อมและธนาคารออมสินอนุมัติวงเงินไปเมื่อวันเปิดโครงการ (14 ก.ย.) จำนวน 8,441 กองทุน วงเงิน 8,441 ล้านบาท จากเป้าหมาย 30,000 กองทุน วงเงิน 30,000 ล้านบาท โดยคาดว่าสิ้นเดือนกันยายน 2558 จะสามารถอนุมัติวงเงินได้ 15,000 กองทุนนั้น ขณะนี้วันที่ 24 กันยายน 2558 ปรากฏว่าธนาคารออมสินอนุมัติเงินกู้ให้กองทุนหมู่บ้านที่จองสิทธิ์ในโครงการดังกล่าวไปแล้วรวม 15,834 กองทุน คิดเป็นวงเงิน 15,793.97 ล้านบาท โดยมีกองทุนที่สมาชิกรายย่อยได้เบิกรับเงินกู้แล้ว 4,689 กองทุน คิดเป็นวงเงิน 4,637.78 ล้านบาท โดยภายในเดือนตุลาคมนี้ ธนาคารออมสินจะอนุมัติโครงการให้กับกองทุนหมู่บ้านให้ครบ 30,000 ล้านบาท และจะกระจายเงินให้แก่สมาชิกรายย่อยให้หมดภายในเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งเท่ากับครบเป้าหมายก่อนกำหนดสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ ตลอดช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาผู้บริหาร พร้อมทั้งพนักงานของธนาคารออมสินทุกสาขาได้ซักซ้อมทำความเข้าใจในความต้องการของแต่ละหมู่บ้าน โดยมีทีมงานจากธนาคารออมสินลงพื้นที่พบปะหารือกับคณะกรรมการหมู่บ้าน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เงินโครงการนี้ภายใต้เงื่อนไขผ่อนปรน แต่ต้องนำเม็ดเงินไปใช้อย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย มีแผนงานโครงการชัดเจน ตรวจสอบได้ ทำให้กองทุนหมู่บ้านในระดับนี้มีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยเม็ดเงินที่ได้ไปถึงสมาชิกแล้ว 4,637.78 ล้านบาท คิดเป็นยอดเงินเฉลี่ยต่อราย 31,500 บาท คิดเป็นจำนวนสมาชิกรายย่อย 146,000 ราย ซึ่งเป็นประชาชนที่มีรายได้น้อยจะได้รับประโยชน์จากเม็ดเงินของกองทุนตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านนี้

“เม็ดเงินที่ลงไปสู่กองทุนหมู่บ้านกำลังจะได้รับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการร่วมกันทำประชาคมกันของสมาชิกร่วมกับกรรมการแต่ละหมู่บ้านอย่างเข้มข้นในช่วงเวลานี้ เพื่อคิดหาโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและหมู่บ้าน ซึ่งขั้นตอนกระบวนการประชาคมจะใช้เวลาค่อนข้างมาก แต่เมื่อผ่านกระบวนการนี้ไปแล้วเม็ดเงินจะเข้าหมู่บ้านเข้าไปหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจอย่างมากมาย” นายชาติชาย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธนาคารออมสิน มีข้อมูลติดตามถึงตัวสมาชิกในกองทุนหมู่บ้านฯ ที่ได้รับเงินไปแล้ว ซึ่งสรุปจำแนกกลุ่มอาชีพผู้ใช้เงินนี้ได้ว่า ร้อยละ 79.78 มีอาชีพเกษตรกรรม, ร้อยละ 15.51 ทำการค้าขาย, ร้อยละ 1.87 ชาวบ้านที่ผลิตสินค้าพื้นบ้านเพื่อจำหน่าย, ร้อยละ 0.97 มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และอื่น ๆ อีก ร้อยละ 1.84 นำไปใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนต่าง ๆ