วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

HMPRO - ซื้อ

ประเด็นหลักจากโรดโชว์

ประเด็นการลงทุน

เราได้จัดงานโรดโชว์ของ HMPRO สำหรับนักลงทุนภายในประเทศ โดยมีคุณวรรณี จันทามงคล CFO เป็นผู้บรรยาย ในความเห็นของเรา HMPRO เหมาะแก่การลงทุนระยะยาว ถึงแม้แนวโน้มการเติบโตของกำไรในระยะสั้นยังไม่ตื่นเต้นมากนัก แต่เรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงในกลยุทธ์ต่างๆที่จะสร้างความแข็งแกร่งต่อปัจจัยพื้นฐานและสร้างความสามารถในการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทระยะยาวได้ นอกจากนี้ราคาซื้อขายปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจ โดย HMPRO ซื้อขายอยู่ในระดับ PER ปี 2558 ที่ 25.7x และปี 2559 ที่ 21.2x เมื่เทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 25.4x เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ที่ 9.90 บาท

ยอดขายสาขาเดิมของโฮมโปรยังคงอ่อนตัวในระยะสั้น

ผู้บริหารกล่าวว่าตั้งแต่ต้นไตรมาส 3/58 ถึงปัจจุบัน ยอดขายสาขาเดิมของโฮมโปรปรับตัวลงเล็กน้อย YoY แม้ยอดขายสาขาเดิมในกรุงเทพ (นับเป็นสัดส่วน 40% ของยอดขายทั้งหมด) ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมากกว่า 5% แต่การปรับตัวลงของยอดขายสาขาเดิมในต่างจังหวัดอ่อนตัวลงเกือบ 10% จากการบริโภคที่อ่อนตัว โดยเฉพาะในจังหวัดภาคใต้ และการแย่งลูกค้ากันเองในจังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมาและเมืองพัทยา มีน้ำหนักมากกว่า ทางด้านผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ผู้บริหารมองว่าไม่มีผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทมากนัก อย่างไรก็ตามเรามองว่ายอดขายสาขาเดิมจะสามารถขยายตัวได้เล็กน้อยในไตรมาส 4/58 เนื่องจากผลกระทบจากการกินส่วนแบ่งตลาดของตัวเองน้อยลง (มีอยู่เพียงที่ภูเก็ตและพัทยา) รวมทั้งอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นหลังเหตุอุทกภัยในภาคตะวันออก

กำไรของเมกาโฮมปรับตัวดีขึ้น

ในขณะที่ผลประกอบการของโฮมโปรยังคงอยู่ในช่วงอ่อนตัว ยอดขายของเมก้าโฮม (นับเป็นสัดส่วน 7% ของยอดขายทั้งหมดในไตรมาส 2/58) เติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง โดยเราคาดว่าเมก้าโฮมจะเริ่มมีกำไรในไตรมาส 3/58 ซึ่งเร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ถึง 1 ปี ทั้งนี้บริษัทวางแผนที่จะเปิดสาขาเมก้าโฮมเพิ่มอีก 1 สาขาในไตรมาส 4/58 ซึ่งจะส่งผลให้มีทั้งหมด 7 สาขา ณ สิ้นปี 2558 ทั้งนี้ HMPRO มีแนวโน้มที่จะคงอัตราการขยายสาขาเมก้าโฮมที่ 3-4 สาขาในปีหน้าแม้โมเดลธุรกิจจะลงตัวแล้วก็ตาม โดยผู้บริหารกล่าวว่าบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาด้วยความระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่าทุกสาขาที่เปิดขึ้นมาใหม่นั้นจะกำไรภายใน 6 เดือน


ปรับสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ครั้งใหญ่

ผู้บริหารได้ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับกลยุทธ์สำหรับสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ โดยบริษัทได้ปรับเปลี่ยนทีมบริหารเฮ้าส์แบรนด์ใหม่ พร้อมกับตั้งเป้าที่จะสร้างความจงรักภักดีจากผู้บริโภคต่อตราสินค้าในระยะยาว โดยบริษัทมุ่งเน้นที่คุณภาพของสินค้ามากกว่าราคา พร้อมทั้งยกเลิกสินค้าที่ไม่มีข้อได้เปรียบในการแข่งขันเมื่อเทียบกับคู่แข่งและไม่สามารถกระตุ้นการซื้อซ้ำได้ออกไป การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี หลังจากนั้นสัดส่วนของสินค้าเฮ้าส์แบรนด์น่าจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าให้สัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของยอดขายทั้งหมด เราชอบกลยุทธ์นี้ แม้ว่าจะทำให้ค่าใช้จ่าย R&D เพิ่มขึ้นและทำให้สัดส่วนของสินค้าเฮ้าส์แบรนด์อาจปรับตัวลงในระยะสั้นก็ตาม แต่เราเชื่อว่ากลยุทธ์นี้จะส่งเสริมการเติบโตของสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว