ผู้นำตลาดพัดลมไอเย็นรายใหญ่
ผู้นำตลาดพัดลมไอเย็นที่ยอดขายสูงสุดในโมเดิร์นเทรด
KOOL เป็นหนึ่งในผู้นำ ตลาดผลิตภัณฑ์ทำความเย็น ได้แก่ พัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และพัด ลมอุตสาหกรรม รายใหญ่ของประเทศ ภายใต้ตราสินค้า “MASTERKOOL” และ “Cooltop” ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ จัดจำหน่ายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศมากกว่า 220 ราย ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และยังส่งสินค้าออกไปจำหน่ายในต่างประเทศมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยบริษัทถือเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายพัดลมไอเย็นรายแรกๆ โดยมีฝ่าย R&D ของตัวเองในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปัจจุบันมียอดขายสูงสุดในโมเดิร์นเทรด
ตลาดพัดลมไอเย็น นวัตกรรมใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
ตลาดของพัดลมไอเย็น ซึ่งเป็นสินค้าหลักของ KOOL (สัดส่วนรายได้ 85%) มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากถือเป็นผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมใหม่ที่ผสมระหว่างพัดลมและเครื่องปรับอากาศ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยให้ความเย็นมากกว่าพัดลมทั่วไป และ ประหยัดพลังงานมากกว่าเครื่องปรับอากาศ ซึ่งยังมีคู่แข่งน้อยราย และตลาดกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น โดยช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (ปี 54 – 57) ยอดขายของบริษัทเติบโตเฉลี่ย35% ต่อปี สูงกว่าเมื่อเทียบกับตลาดเครื่องปรับอากาศของประเทศที่เติบโตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี และตลาดพัดลมที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มาก
คาดการณ์ผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่นใน 3 ปีข้างหน้า
เราคาดการณ์กำไรสุทธิหุ้น KOOLเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 25% ต่อปี ในช่วง 3ปีข้างหน้า โดยรับผลบวกจาก 1) แนวโน้มสภาวะอากาศร้อนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประมาณการว่าปี 58 ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงสุดในรอบ 55 ปี จากปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงกว่าปกติ และคาดว่าจะมีต่อเนื่องไปถึงปี 59ส่งผลดีต่อยอดขายของอุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น โดยเฉพาะสินค้าพัดลมไอเย็น ที่กำลังได้รับความนิยม 2) การขยายสาขาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของกลุ่มผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดซึ่งเป็นช่องทางจัดจำหน่ายหลักของบริษัทส่งผลดีต่อการเข้าถึงผู้บริโภค โดยจุดจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 20% เป็น 204 แห่ง ในปี 58 และเพิ่มเป็น 250 แห่งในปี 60 อย่างไรก็ตาม ในด้านอัตรากำไรคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยราว 0.5% จากปีก่อน จากผลของขนาดยอดขายที่เพิ่มขึ้น สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากกลยุทธ์ในปรับลดราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น
มูลค่าเหมาะสม2.20 บาท
หุ้น KOOL ถือเป็นหุ้นขนาดเล็กที่มีแนวโน้มเติบโตสูงเราประเมินมูลค่าเหมาะสมในปี 59 ของ KOOLด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดอิสระ (DCF) จาก WACC ที่ 9.1%ได้มูลค่าหุ้น 2.20 บาทเทียบเท่า P/E ที่ 20 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย P/E ของกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค/ของใช้ในครัวเรือนและสำนักงานแต่ต่ำกว่า P/E ของ MAI ที่เฉลี่ย25-30 เท่าและคาดว่าหุ้นให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 3-4% ในปี 58 – 59 เทียบจากราคา IPO ที่ 1.80 บาท






