วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

IFEC - ซื้อ

Expect impressive earnings in 2H15

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงมีมุมมองเชิงบวก หลังจากการประชุมนักวิเคราะห์ โดยเราคาดว่าจะได้เห็นกำไรครึ่งปีหลังเติบโตน่าประทับใจ และดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2016 ซึ่งหลังจากเริ่มรับรู้กำไรจากการขายไฟเชิงพาณิชย์ โครงการปากพนัง 1 ในเดือนนี้ บริษัทจะเดินหน้าโครงการที่มี PPA แล้วต่อทันที ได้แก่ โครงการลมลิกอร์ (8.9MW) และ โครงการลมเทพา (4.8MW)

สำหรับปัจจัยหนุนกำไรให้ดีขึ้นต่อเนื่อง จะมาจาก 1) การรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าในต่างประเทศที่เกาหลีใต้ และ ที่กัมพูชา ใน 3Q-4Q15 และเข้ามาเต็มปีในปี 2016 2) เกณฑ์รับซื้อไฟฟ้าตามแผน AEDP ประกาศชัดเจนแล้ว ทำให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เกาะใหญ่ที่ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้ว (กำลังการผลิต 90MW) จะดำเนินการขอ PPA ตามเกณฑ์ใหม่ทันที และ โครงการโซล่าร์สหกรณ์/ราชการ จะดำเนินการขอ PPA ในระหว่างวันที่ 1-7 พย. นี้ ได้ตามกำหนด ในส่วนนี้เราคาดจะได้กำลังการผลิตโซล่าร์ฟาร์มอย่างน้อย 50MW (กรณีอนุรักษนิยม) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 16.50 บาท

ปากพนัง เฟส1 รับรู้รายได้ 25 กย. นี้ ...

จากการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหารชี้แจงว่าโครงการปากหนัง เฟส1 ขนาด 10MW พร้อมสำหรับการ COD ในวันที่ 25 กย. นี้ แล้ว 100% โดยบริษัทได้รับหนังสือยืนยันจากการไฟฟ้าฯเป็นที่เรียบร้อย เราคาดว่าโครงการนี้ จะสร้างรายได้ให้กับบริษัทราวปีละ 140 ล้านบาท และกำไรปีละ 70-90 ล้านบาท

เรามองว่าการเดินเครื่องโครงการปากหนัง เฟส1 นี้ เมื่อรวมกับ solar farm ที่บริษัทมีการซื้อเข้ามาก่อนหน้านี้จะช่วยให้ผลประกอบการใน 3Q15 ดีขึ้น และเร่งตัวขึ้นใน 4Q15 จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาส และการรับรู้กำไรของโรงไฟฟ้าบนเกาะ Je-Ju เกาหลีใต้ บวกกับ solar farm ที่กัมพูชา โดยกำลังการผลิตรวมในกรณีอนุรักษ์นิยมภายในสิ้นปีนี้ จะอยู่ที่ 60MW

... พร้อมเดินเครื่อง เฟส 2-3 ต่อเนื่อง

หลังจากโครงการปากพนัง 1 เริ่มจ่ายไฟฯ โครงการที่ 2-3 ได้แก่โครงการ ลอลิกอร์ (8.9MW) และ โครงการลมเทพา (4.8MW) พร้อมดำเนินการก่อสร้างทันทีในเดือนหน้า ซึ่งหากอิงกับความสามารถในการสร้างโครงการอย่างรวดเร็วของบริษัท ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างเพียงแค่ 6 เดือนสำหรับโครงการปากพนัง เฟส1 คาดบริษัทจะสามารถดำเนินการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 2Q15 และโครงการลมเทพานี้ตั้งอยู่ในเขตส่งเสริมพิเศษ ซึ่งจะได้ PPA ในรูปแบบ adder 5 บาท (สูงกว่าโครงการปากพนัง และลมลิกอร์ ที่ได้ adder 3.50 บาท)


ความล่าช้าของเกณฑ์ AEDP กระทบราคาเป้าหมายของเราจำกัด

เราปรับคาดการณ์กำไร (ใหม่) ในปี 2016-17 เป็น 423 และ 725 ล้านบาท จากความล่าช้าของแผน AEDP ใหม่ และเพื่อสะท้อนรูปแบบค่าไฟฟ้าในระบบ FiT ใหม่ ของ solar farm ที่ 5.66 บาท และ wind farm ที่ 6.06 บาท ส่วนกำไรในปี 2018 คาด 870 ล้านบาท คิดเป็น อัตราการเติบโตที่ 44%/ปี (CAGR 2016-18)
ทั้งนี้ การปรับลดประมาณการกำไรกระทบราคาเป้าหมายของเราจำกัดเพราะในระยะยาว IRR ของโครงการไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยโครงการต่างๆของบริษัทยังมี IRR สูงในระดับ 12% อยู่ นอกจากนี้ประมาณการใหม่ของเราได้ ใช้สมมติฐานเชิงอนุรักษ์นิยม โดยประเมินการรับรู้รายได้ในโครงการลมลิกอร์และ ลมเทพา ให้ช้ากว่าที่บริษัทคาดการณ์ ราว 3 เดือน