"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ มอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ปลุกคนไทยสร้างวินัย-เคารพกฎหมาย
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลา 09.00 น. ที่เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงานมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ประจำปี 2558
โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า การมาร่วมกันในวันนี้เป็นการสร้างสิ่งที่ดีให้กับประเทศและคนไทยในช่วงระยะเวลาที่สำคัญ ซึ่งทุกคนได้ฟังเพลงความฝันอันสูงสุด ดังนั้นถ้าหากทุกคนรวมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวกันทำสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชปณิธานไว้ ซึ่งคิดว่าประเทศไทยจะปลอดภัยจากสถานการณ์ต่างๆ และปัจจุบันประเทศไทยจะอยู่โดดเดี่ยวไม่ได้อีกแล้ว จะทำตามนิสัย ความชอบและอัตลักษณ์ไม่ได้อีกแล้วเพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลง เป็นยุคโลกาภิวัฒน์ ไร้พรมแดนไม่สามารถปิดกั้นอะไรได้ ดังนั้นเราต้องสร้างความเข้มแข็งของเรา โดยเฉพาะจิตใจของคนไทยทุกคนจะต้องทำให้เข้มแข็ง ถ้าหากไม่เตรียมการไว้ แน่นอนว่าประเทศไทยก็ไม่สามารถสร้างความทัดเทียมได้ถึงแม้มีความพร้อมแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุน หรือแม้แต่การเป็นสยามเมืองยิ้ม เนื่องจากวันนี้เรายิ้มอย่างเดียวไม่ได้ เพราะถ้าเรายิ้มไปยิ้มมา เดี๋ยวก็มาทะเลาะกันอีก ต้องยิ้มและช่วยกัน คนเราจะรักกันหรือทำอะไรสำเร็จต้องร่วมกันคิดท่ามกลางความลำบาก ยากเย็น แสนเข็ญอย่างทุกวันนี้ จะทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียวกันได้ โดยมีตนเป็นรัฐบาลและยืนยันว่าจะทำหน้าที่รัฐบาลให้ดีที่สุด ทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยความร่วมมือกับข้าราชการทุกส่วน โดยเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อย ซึ่งเราจะให้ความสำคัญทุกส่วน รวมทั้งพ่อค้า ประชาชน นักธุรกิจ ภายเกษตรกร ต้องดูแลทั้งหมด โดยทิ้งใครไว้ข้างหลังไว้ไม่ได้ เช่นเดียวกับนโยบายอาเซียน ที่จะทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้ เพราะจะทำให้เกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมตามมา รวมทั้งจะเกิดผลกระทบเรื่องความมั่นคงขึ้นอีก ดังนั้นต้องมองทุกมิติ รัฐบาลที่จะต้องจากการเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้ต้องดูในทุกมิติ ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและจิตวิทยา รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พูดไปทั้งหมดจะเกิดไม่ได้ ถ้าความเข้มแข็งภายในไม่เกิด ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากพวกเราทุกคน และหากเราสามารถสร้างความเข้มแข็งได้ในทุกภาคส่วน ในส่วนรายได้ก็จะเข้ามา และการที่เงินจะเข้ามาผมไม่ได้มุ่งหวังแต่เพียงว่าจะต้องเก็บภาษีให้มากที่สุด มันไม่ใช่ แต่เป็นการทำให้มีการเสียภาษีที่ถูกต้อง เมื่อเศรษฐกิจการค้าดีขึ้นก็ต้องเสียภาษีมากขึ้นตามข้อเท็จจริง และจะทำอย่างไรให้คนที่ยังเสียภาษี มีรายได้ รัฐบาลจึงต้องส่งเสริมให้ความเข้มแข็ง ซึ่งไม่สามารถทำให้เกิดได้ภายใน 1-2 ปี แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องสภาวะแวดล้อม การตลาดและเศรษฐกิจโลก เรื่องสถานการณ์น้ำ ความขัดแย้งทางการเมืองจึงเป็นเรื่องที่เราต้องกลับมาทบทวนว่าจะทำอย่างไรให้เข้มแข็งขึ้น ทุกงบประมาณมีความหมาย การที่มีกองทุนอยู่กับประชาชนและมีการบริหารงานกันเองก็เป็นสิ่งที่ดีและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่กู้แล้วเอาไปเป็นหนี้อีก สุดท้ายก็จะเกิดหนี้นอกระบบ ซึ่งรัฐต้องไปแก้ เราจึงต้องสร้างความเข้มแข็งโดยเฉพาะด้านจิตใจ ซึ่งยอมรับว่าความจนแก้ยาก ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหา แต่ถ้าให้อย่างเดียวก็ไม่ใช่วิธีการแก้ที่ถูกต้อง เราต้องทั้งให้และสร้างความเข้มแข็งไปพร้อมกัน โดยให้เขาคิดเอง อย่างน้อยเงินก็จะมีการหมุนเวียนไม่ใช่รับไปใช้หนี้อย่างเดียว หนี้ก็จะพอกพูนไปเรื่อยๆ ไม่ได้อะไรกลับเข้ามา” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราพยายามสร้างอนาคตให้ก้าวหน้า แม้เวลาจะจำกัด ซึ่งมีคนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ต้องขอบคุณ เพราะทุกคนคือคนไทย จะสนับสนุนหรือไม่ก็คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเอาความขัดแย้งมาทำให้ประเทศเสียหาย ไม่ว่าระบอบอะไรก็แก้ไม่ได้ ฉะนั้นต้องกลับมาทบทวนว่าจุดบกพร่องอยู่ตรงไหน วันนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารประเทศในทุกมิติ ส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชน และกองทุนหมุนเวียนที่ภาครัฐให้ไปก็เพื่อที่จะให้งบประมาณนี้ไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศให้เดินหน้าไป รวมถึงอีกหลายๆ กองทุนที่ดำเนินอยู่ ซึ่งขอร้องความวันนี้ต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใส ช่วงที่ผ่านมามีการทาบทับซ้อนอำนาจกันจึงทำให้เป็นปัญหาข้าราชการทำงานไม่ได้ เกิดความแตกต่าง แตกแยก แต่ต้องขอบคุณข้าราชการทุกกระทรวงซึ่งมีข่าวว่าสบายใจขึ้น สามารถทำงานในหน้าที่ของตนเอง โดยไม่ต้องไปสั่ง หรือล้วงใดๆ ทั้งสิ้น
นายกฯ กล่าวว่า การบริหารกองทุนทั้งหมดต้องมาดูแลกันใหม่ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการประเทศต้องเดินด้วยชุมชน ท้องถิ่น ภูมิภาค ตลาดชายแดนเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประชาคมอาเซียน ประชาคมโลก ต้องสอดคล้องกัน ฉะนั้นจะเข้มแข็งได้ต้องเริ่มจากภายใน หากเราไม่มีเจตารมย์ และอุดมการณ์ที่แน่วแน่ เราก็จะไม่มีอะไรเหลือ วันนี้เราต้องช่วยกันสอนสิ่งดีๆ ทุกประเทศในโลก ต้องมีวินัยหากคนในชาติขาดวินัย ไม่ว่าจะมีกองทุนอะไรมาก็ไม่ได้ กฎหมายก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะอ้างว่าประชาชนต้องเป็นใหญ่ ซึ่งมันไม่ใช่ โดยคำว่าประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึงสิทธิเสรีภาพในการเลือกตั้ง เรามีคนละหนึ่งสิทธิหนึ่งเสียงเท่ากัน ในการเลือกตั้ง ทำประชามติ ตนก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้สิทธิ แต่ก็เลือกผิดมาตลอด อย่างไรก็แล้วแต่เราก็ต้องเป็นประชาธิปไตย วันนี้อยู่ในขั้นตอนการปฏิรูปส่วนอะไรที่มีปัญหาให้คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ที่ตั้งขึ้นใหม่มาพิจารณา เพื่อส่งต่อยุทธศาสตร์ชาติ จะได้มั่นใจว่าจะเดินได้แบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นการสะเปะสะปะ ถ้ามั่นใจว่าการเลือกตั้งจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลก็ว่าไป แต่ตอนนี้เดินตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว สำหรับตนอะไรก็ได้ถ้าทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งเดียวที่ตนเป็นห่วงในขณะนี้
“ถ้าเราไม่เดินแล้วสะเปะสะปะอยู่อย่างนี้ หาเงินเข้าไปก็ไม่เกิดประโยชน์ ต้องมั่นใจว่ารัฐบาลที่ท่านเลือกต้องมีธรรมาภิบาล ปฏิรูปทำได้จริง เพราะผมไม่สามารถดูแลท่านได้ต่อไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญก็ว่ากันไป อะไรก็ได้ทั้งนั้น ที่สำคัญบ้านเมืองเราปลอดภัยแล้วหรือยัง เดี๋ยวก็มาโทษผมอีก เป็นสิ่งเดียวที่ผมเป็นห่วงพวกเดียว” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ ได้มีการเปิดกองทุนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 20 กองทุน เปิดให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้น แต่ต้องไม่ใช่การให้เงินฟรี เพราะถ้าให้เงินฟรี มันก็จนกันไปเรื่อยๆ จนเพราะให้เปล่า สิ่งที่ทำมาหลายอย่างมันทำไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยกเลิกทั้งหมด เพราะส่งผลกระทบต่อประชาชน อย่างเรื่องของกองทุน 30 บาทรักษาทุกโรคและรถไฟ รถเมล์ฟรี ก็เป็นภาระเยอะ แต่ทำอย่างไรไม่ให้เป็นภาระ โดยประชาชนต้องได้ด้วย ก็ต้องสานต่อ ทำให้มีความชัดเจน เพราะไม่มีอะไรที่ดีทั้งหมด หรือเสียทั้งหมด แต่ทำอย่างไรไม่ให้เป็นปัญหาการเงิน การคลังของประเทศต่อไปในอนาคต ซึ่งการดูแลทั้งในเรื่องสาธารณสุข การศึกษา สิทธิมนุษยชน ค่าใช้จ่ายปีหนึ่งเยอะ 500-600 ร้อยล้านบาท เรื่องศูนย์พักพิงผู้อพยพก็ยังอยู่ เดี๋ยวจะว่าขับไล่ เมื่อเข้ามาก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายไทยด้วยทั้งต้นทาง ปลายทาง
“เราให้ใครมาบังคับการทำงานของเราไม่ได้ ข้อสำคัญคือคนไทยเราเอง ชอบคิดเอาเองในหลายๆเรื่อง ก็จะวุ่นวาย เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ กฎหมายทำอะไรไม่ได้ หลายหน่วยงานมีปัญหาไปหมด คนไม่ดีก็มี แต่ไม่ใช่ทั้งองค์กร เสียหายหมดไม่ได้ ข้าราชการก็ดีทั้งนั้น แต่อยู่ที่ใครทำให้ไม่ดี อยู่ที่ผู้นำแต่ละคน ถ้ามันดี ทุกคนเท่ากัน ก็ไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันแบบนี้” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าวันนี้ กองทุนหมุนเวียน 16,906 กองทุนที่ส่งมาแล้ว จาก 28,000 กองทุน ที่ไม่ส่งมาว่าไง ซึ่งยังขาดส่งอยู่ ก็ขออนุญาตทวงตรงนี้ ปีหน้าน้ำก็ไม่ดีอีก ชาวไร่ชาวนาทำอะไรไม่ได้เพราะน้ำท่วม เดี๋ยวคราวหน้าน้ำแล้ง เป็นสิ่งที่ต้องคิดวันข้างหน้าจะทำอย่างไร มีกองทุนส่งเสริมอาชีพ เปลี่ยนการปลูกพืชกองทุนหมุนเวียน ต้องคิดทุกอย่าง ให้ครบระบบ ส่งเสริมให้แข็งแรง ไม่ใช่ปลูกข้าวมากแต่ไม่มีตลาดส่ง ขายไม่ออกอีกเพราะเยอะเกินไป สอนการใช้เบ็ดต้องสอนวิธีการตกปลาด้วย แต่ขณะนี้ยังลำบากอยู่ก็ต้องให้ปลาไปนิดหน่อย เพื่อแก้ปัญหา เพราะยังไม่ฟื้น สร้างการขายค้าให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ตรงความต้องการตลาด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สร้างความเข้มแข็งในชุมชน จะได้ไม่มาทะเลาะกันเองอีก ถ้าโตในภูมิภาคตัวเอง ภาษีรัฐก็จะมาขึ้น มีการสอนคนไม่ให้เข้าใจ แต่วันนี้มีเรื่องของท่องเที่ยวเข้ามา มีผลประโยชน์ในพื้นที่เข้ามาอีก มันติดไปหมดเลย ทั้งที่บางอย่างเป็นสิ่งที่ต้องทำ ทั้งพลังงาน ขยะ การบริหารจัดการท้องถิ่นที่ดี ๆ ยังไงก็จำเป็น เพราะวันข้างหน้าต้องกระจายอำนาจ ไม่ใช่กระจายความรับผิดชอบต่อ และดูแลสิทธิให้มันดีได้อย่างไร เป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ
“เราไม่ใช้คำว่าประชานิยม ไม่ใช่ไปสู้กับนักการเมือง ไอ้ที่ดีๆก็ว่าไป แต่ต้องไม่เป็นภาระกับรัฐบาล กับยอดหนี้สาธารณะ สิ่งที่ผมคิดตอนนี้คือ ทำอย่างไรจะเป็นประชารัฐ เพลงชาติเขียนไว้เป็น“ประชารัฐ” คือ รัฐกับประชาชนต้องอยู่ด้วยกัน แบ่งแยกไม่ได้ อำนาจใครจะเหนือกว่าใครไม่ได้ เพราะประชาชนเป็นคนเลือกรัฐบาล เมื่อเลือกรัฐบาลมาแล้วก็ต้องไว้ใจรัฐบาล แต่ถ้าเลือกมาแล้วไม่สุจริต ก็ใช้กลไกของประชาธิปไตยดำเนินการ เพราะจะดีไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่ผมเลย อยู่ที่คนเลือก ไม่ใช่ไม่คาดหวังว่าไม่ดี แล้วทหารจะมาเปลี่ยนให้ มันไม่มีอีกแล้ว มันช้าไปหมดแล้ว อันนี้ก็พยายามทำทุกอย่าง ซึ่งก็จะเห็นว่ามีแรงกดดันพอสมควร มาที่ผม แต่ก็ไม่เป็นไร ผมถือว่าทำต้องให้สำเร็จ ฝากทุกท่านด้วยช่วยกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ขอให้ทุกภาความระมัดระวังการใช้จ่ายและควบคุมดูแลงบประมาณ เพราะตนไม่อยากให้ยกเลิกกองทุนหมุนเวียนเพราะกำลังจะปรับแก้หลักเกณฑ์ว่าจะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะมีการกำหนดให้เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนหมุนเวียนตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของสำนักนายกรัฐมนตรี และเรามีคณะกรรมการนโยบายกองทุนหมุนเวึยน มีรมว.ว่าการกระทรวงการคลังเป็นกรรมการและทำหน้าที่กำหนดนโยบายบริหารพร้อมทั้งกลั่นกรองในการกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
“ขณะนี้ทุกตนคงเข้าใจเพราะผมพูดมาเยอะแล้ว เดี๋ยวคงไม่อยู่พูดให้ฟังอีกหลายวันอย่าคิดถึงกันนะ เพราะผมก็ต้องไปรบกับทางโน้นอีก ไม่เป็นไรผมทำเพื่อประเทศชาติทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว วันนี้ทุกคนต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเองทั้งตัวข้าราชการและทุกๆ คนถ้าซื่อสัตย์และทำตามสัญญาทุกอย่าง คือสัญญาในที่นี้คือหากนำกองทุนไปใช้ก็ต้องคืนตามสัญญาที่ให้ไว้ มีหนี้ก็ต้องใช้และช่วยกันนำเงินมาหมุนเวียนทำประโยชน์ขึ้นอีก” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนายกฯได้ชมการแสดงเงาซึ่งมีข้อติดขัดทางเทคนิค ได้กล่าวหยอกล้อกับนักแสดงและข้าราชการที่รับฟังว่า ตนขอแสดงความยินดีกับคนที่ได้รับรางวัลทุกคน ขอบคุณคนที่ร้องเพลง และนักแสดงเงา ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้คือติดขัดถ้ามีเรื่องการใช้แสงสีเสียงว่าตอนซ้อมมันดีหมด คนดูก็รอว่าเมื่อไหร่จะมาสักที ตนอยากจะเล่าให้ฟังว่ามันมีงานพิธีหนึ่งที่เขาซ้อมกันไปมา ก่อนจะเปิดงานซ้อมกันอย่างดี พอซ้อมไป 1 เพลงเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย แต่พอแสดงจริงดันเปิดผิดเพลง เพราะตอนซ้อมๆ กันมึนไปหมดไอ้พวกที่ทำผิดพลาดก็โดนย้ายหมด การสื่อสารมันบกพร่องทางเทคนิคเราก็ช่วยไม่ได้






