เม็ดเงินโฆษณาเดือน ส.ค.ทรงตัว ทีวีดิจิทัลยังแข่งเดือด
เม็ดเงินโฆษณา เดือน ส.ค. ทรงตัว YoY
นีลเส็นรายงานเม็ดเงินโฆษณาเดือน ส.ค.58 ที่ 10,379 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน โดยสื่อที่เติบโตดีสุดยังคงเป็นสื่อทีวีดิจิทัล (+112% YoY) เนื่องจากเพิ่งเริ่มออกอากาศใน เม.ย ปีก่อน ซึ่งสัดส่วนสื่อโฆษณาทีวีดิจิทัลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องล่าสุดเดือน ส.ค. ขึ้นมาเป็น 27% ของสื่อฟรีทีวี สำหรับสื่อที่เติบโตรองลงมาคือสื่อในระบบขนส่งมวลชน (+23%YoY) เนื่องจากเรทโฆษณาที่ถูกกว่าสื่อประเภทอื่น จึงเป็นสื่อโฆษณาที่ผู้ประกอบการเลือกใช้เพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว และ สื่อโรงภาพยนตร์ (+16% YoY) แม่ว่าหน้าหนังฟอร์มใหญ่ใน 3Q58 ดูไม่ต่างจากปีก่อน แต่คาดว่าได้ผลบวกจากจำนวนโรงภาพยนต์ใหม่ที่เพิ่ม ส่วนสื่อที่ยังคงเป็นทิศทางขาลงได้แก่ สื่อหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งหันไปบริโภคสื่อใหม่ๆอย่างสื่อ อินเทอร์เน็ต มากขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินผ่านสือหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ปรับลดลง 13% YoY และ 18% YoY ตามลำดับ
สื่อทีวีดิจิทัล ยังแข่งขันรุนแรง / กสทช.จี้หากนำลงช่องดาวเทียมต้องลดเวลาโฆษณา
ภาพรวม 8 เดือนแรกเม็ดเงินโฆษณาปรับเพิ่มขึ้น 8% YoY โดยสื่อโทรทัศน์ยังคงเป็นสื่อที่มีส่วนแบ่งการใช้งบสูงสุดราว 70% ของสื่อทั้งหมด แนวโน้มการแข่งขันของสื่อทีวีดิจิทัลยังคงรุนแรงในช่วง 2H58 ด้วยผู้ประกอบการยังคงเพิ่มคอนเทนส์ใหม่ๆเพื่อเพิ่มเรตติ้ง เว้นแต่ช่องเล็กๆที่มีสภาพคล่องทางการเงินต่ำ สำหรับประเด็นสำคัญของกลุ่มสื่อทีวีที่ต้องติดตาม คือการที่ กสทช. ออกเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหากนำช่องรายการตนเองไปออกในหมายเลข 1-10 บนทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี ต้องแปลงสภาพตัวเองให้เข้ากับกติกาของผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม คือลดเวลาโฆษณาลงจากไม่เกิน 12 นาทีต่อชั่วโมง เป็น 6 นาทีต่อชั่วโมง ซึ่งทางกสทช.ได้เรียกผู้ประกอบการรับฟัง ก่อนครบกำหนดที่มีผลปฎิบัติใน 30 วันนับจาก 24 ก.ย.58 โดยกลุ่มผู้ประกอบการที่มีโอกาสรับผลกระทบมากสุดคือช่อง WORK และ RS ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลบวกจากการเป็นพันธมิตรกับผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมให้ออกอากาศในช่อง 1 และ 8 ตามลำดับ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายและเรทติ้งเพิ่มสูงกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ แม้ทั้ง 2 บริษัทแจ้งว่าการคิดค่าโฆษณาอิงกับช่องที่ออกอากาศระบบทีวีดิจิทัลซึ่งไม่กระทบรายได้ แต่หากต้องเอาช่องออกจากหมายเลข 1- 10 ก็จะมีผลต่อจำนวนฐานผู้ชมและเรทติ้ง
คาดเม็ดเงินโฆษณาเติบโตในทิศทางเดียวกับจีดีพี
แนวโน้มใน 2H58 เราคาดว่าเม็ดเงินโฆษณาจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก แม้กำลังซื้อผู้บริโภคจะยังไม่กลับมาชัดเจน แต่ก็เริ่มเห็นกลุ่มผู้ประกอบการมีการใช้งบมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ที่เปิดตัวโมเดลใหม่ และกลุ่มโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่เริ่งโฆษณา 4G ที่จะประมูลปลายปี และเปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่วางจำหน่าย ในด้านผลประกอบการยังมีแนวโน้มปรับลดลง YoY คาดกลุ่มทีวีดิจิทัลยังถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ภาพรวมในปี 58 เรายังคงคาดเม็ดเงินโฆษณาที่แท้จริงจะเติบโตราว 4% YoY อิงสมมติฐาน GDP Growth ปีนี้ที่ 2.5%
คงน้ำหนัก “เท่าตลาด” เลือกซื้อ PLANB เป็น Top pick
เราให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มสื่อ “เท่ากับตลาด” ระยะสั้นผลประกอบการของกลุ่มยังถูกกดดันจากกลุ่มทีวีดิจิทัลที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่เราคาดว่าในปีนี้น่าจะเป็นจุดต่ำสุด และผลประกอบการจะฟื้นตัวในปีหน้า เราแนะนำ “ซื้อ” PLANB (มูลค่าพื้นฐาน 7.15 บาท) ซึ่งเลือกเป็น Top Pick ของกลุ่ม และ WORK (มูลค่าพื้นฐาน 47 บาท) ซึ่งคาดว่า 2 บริษัทจะมีผลประกอบการเติบโตดีกว่ากลุ่ม โดย PLANB คาดปีนี้ เติบโตโดดเด่น 55% YoY จากการเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านและปีหน้าเติบโตต่อเนื่องหลังขยายธุรกิจสื่อโฆษณาในสนามบินและประเด็นบวกจากการเข้าซื้อกิจการที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าในปลายปีนี้ ส่วน WORK คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นในปีนี้ โดยคาดการเติบโตของ EPS ที่ 535% เทียบปีก่อน








