ราคาน้ำมันดิบปรับลดหลังเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง และความต้องการใช้น้ำมันสหรัฐลดลงหลังสิ้นสุดฤดูขับขี่
- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังการรายงานตัวเลขการลงทุนในสินทรัพย์คงทนและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ สร้างความกังวลว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 3 มีโอกาสที่จะเติบโตน้อยกว่าร้อยละ 7.0 เป็นครั้งแรก โดยยอดการลงทุนในสินทรัพย์คงทนในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ร้อยละ 11.1 เนื่องจากการลงทุนก่อสร้างในอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอตัวลงหลังยังมีจำนวนบ้านที่ขายไม่ได้ค่อนข้างมาก ในขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ส.ค. ขยายตัวเพียงร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ร้อยละ 6.4 หลังอุตสาหกรรมเหล็กและถ่านหินชะลอตัวลง ตามภาวะเศรษฐกิจของจีน
- นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันเบนซินในตลาด NYMEX ที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก หลังอุปสงค์น้ำมันเบนซินของสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวลง เนื่องจากสิ้นสุดฤดูขับขี่ของสหรัฐ
+ อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ หลังการรายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง โดย Genscape พบว่าในสัปดาห์ก่อนหน้า ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังปรับลดลงถึง 1.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากที่สุดตั้งแต่ 19 มิ.ย. ที่ปรับลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล โดยผลดังกล่าวทำให้ส่วนต่างราคาระหว่างน้ำมันดิบทั้งสองชนิดค่อนข้างแคบลง
+/- รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน ก.ย. ของโอเปค พบว่ากลุ่ม OPEC มีการปรับลดการคาดการณ์อุปทานจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคในปีนี้ลง 110,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 0.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในปีหน้าลงมาขยายตัวเพียง 0.16 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น โดยสาเหตุของการปรับลดเนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงอย่างมากส่งให้ผู้ผลิตบางส่วนหยุดการผลิตในโครงการใหม่และปรับลดงบลงทุนลง ทำให้ปริมาณการขุดเจาะในหลุมใหม่ลดลง ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของ EIA และ IEA ว่าการชะลอตัวลงของปริมาณการผลิตนอกกลุ่มโอเปคจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดอุปทานส่วนเกินในตลาด สำหรับความต้องการใช้น้ำมันโลกในปีนี้โอเปคมีการปรับเพิ่มขึ้น 84,000 บาร์เรลต่อวันมาขยายตัวที่ 1.46 ล้านบาร์เรลต่อวันหลังความต้องการใช้น้ำมันในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนในปีหน้ามีการปรับลดการคาดการณ์ลง 50,000 บาร์เรลต่อวันมาขยายตัวที่ 1.29 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากถูกกดดันจากการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนและประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปทานน้ำมันเบนซินที่ตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่น ประกอบกับอุปสงค์ที่ยังคงเติบโตอยู่ในระดับค่อนข้างสูงจากราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และยังได้รับแรงหนุนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่มีการนำเข้าน้ำมันเบนซินมากขึ้นหลังโรงกลั่นในประเทศลดกำลังการผลิตลงเนื่องจากมีเหตุขัดข้อง
ราคาน้ำมันดิบดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่เริ่มฟื้นตัวมากขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนาม ประกอบกับค่าขนส่งที่ถูกลงทำให้ผู้ผลิตในเอเชียเหนือสามารถขนส่งน้ำมันดีเซลไปยังแอฟริกาใต้และยุโรปได้มากขึ้น ทำให้อุปทานส่วนเกินในตลาดลดลง นอกจากนี้ยังได้รับแรงหนุนจากอุปทานในภูมิภาคที่เริ่มตึงตัวมากขึ้น เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่น
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 43-48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 46-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่มีกำหนดจะประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 16-17 ก.ย. นี้ ว่าจะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้หรือไม่ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก Bloomber พบว่าโพลที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้มีเพียง 48% ถือว่าลดลงจากการสำรวจเมื่อเดือนที่ 77% อย่างไรก็ดี นางเจเน็ต เยลเลน ประธาน Fed ย้ำว่ามีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) เผยตัวเลขคาดการณ์กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ปี 59 ว่าจะลดลง 400,000 บาร์เรลต่อวันสู่ระดับ 8.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงกว่า 1 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตสูงสุดในปี 58 ที่ 9.61 ล้านบาร์เรล นอกจากนี้ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ (สิ้นสุดวันที่ 4 ก.ย.) ปรับลดลง 13 หลุม สู่ระดับ 662 หลุม ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งแรกจากที่เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์
- จับตาความไม่สงบในตะวันออกกลางหลังล่าสุดกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส ได้บุกเข้ายึดครองบ่อน้ำมันจาซาล ซึ่งเป็นบ่อน้ำมันแห่งสุดท้ายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลซีเรียแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ บ่อน้ำมันจาซาลเป็นบ่อน้ำมันขนาดกลาง ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโบราณ พัลไมรา ซึ่งถูกกลุ่มไอซิสยึดครองอยู่ และอยู่ใกล้กับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่สำคัญของประเทศซีเรียอีกด้วย อย่างไรดี แม้ว่าซีเรียจะไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่แต่อาจทำให้ตลาดกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะบานปลายและส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆในตะวันออกกลางได้
- ติดตามเศรษฐกิจจีนว่าจะดำเนินไปในทิศทางอย่างไรต่อไป หลังเศรษฐกิจจีนในช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กดดันราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากจีนเป็นประเทศที่บริโภคน้ำมันดิบเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยล่าสุดตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบของประเทศจีนปรับตัวลดลงแล้วกว่าร้อยละ 13.4 หรือประมาณ 6.26 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน ส.ค. นอกจากนี้ ตลาดหุ้นจีนก็ปิดร่วงต่อเนื่อง แม้ว่าทางการจีนจะพยายามออกมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดไปแล้วก็ตาม
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






