เราคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0-0.25% ในการประชุมรอบ 16-17 ก.ย.นี้
เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวในช่วงก.ค.-ส.ค.2558 อ่อนแอกว่าคาด (แม้ว่า GDP ใน 2Q58 จะเติบโตดีกว่าคาด แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าคงคลังที่สูง) และเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเรื่องการชะลอตัวหลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ่อนตัวลงอย่างมาก ด้านกำลังซื้อในตลาดโลกก็อ่อนแอกว่าคาดหลังเศรษฐกิจจีนเติบโตในอัตราที่ต่ำลงมาก รวมถึงอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ และเมื่อพิจารณาการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐก็พบว่าต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากกราฟด้านล่าง
สำหรับอัตราดอกเบี้ยของไทย คาดว่าคณะกรรมการนโยบายจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.50% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย.2558 ทั้งนี้แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยในปีนี้จะติดลบและไม่เป็นแรงกดดันต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่คาดว่าทางการไทยน่าจะสำรองการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมไว้ก่อน เนื่องจากในระยะสั้นมากกำลังเร่งผลักดันด้วยนโยบายการคลัง โดยการเร่งใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐและลงทุน (ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผู้มีรายได้น้อย 1.3 แสนล้านบาท, มาตรการช่วยเหลือ SME, การเร่งให้โครงการลงทุนขนาดเล็กเบิกจ่ายงบประมาณภายใน 3 เดือน เป็นต้น)
การลงทุนยังต้องระวังความไม่แน่นอนและความผันผวน ถ้าเฟดและไทยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.2558 ความผันผวนระยะสั้นก็จะผ่อนคลายลง แต่เรื่องราวก็ยังไม่จบ โดยต้องไปลุ้นกันต่อในการประชุมรอบหน้าว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ เศรษฐกิจของประเทศชั้นนำจะกระเตื้องขึ้นหรือไม่ และราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร ซึ่งเรามองว่าหลายปัจจัยยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง
นักวิเคราะห์ยังมีมุมมองที่ระมัดระวังต่อเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันดิบอย่างมาก ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงขาลงยังมีอยู่ เศรษฐกิจญี่ปุ่นและยุโรปที่ฟื้นช้าก็ช่วยเศรษฐกิจโลกได้ไม่มาก ปัญหาผู้อพยพเข้ามาในยุโรปจำนวนมากเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าจะกดดันเศรษฐกิจยุโรปในระยะต่อไปมากแค่ไหน สำหรับเศรษฐกิจไทย
เรามองว่าฮันนิมูนพีเรียดของทีมเศรษฐกิจใหม่จะสั้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซามายาวนานหลายเดือน ซึ่งก็เป็นแรงกดดันกับคนทำงานอยู่พอควร แต่ดูว่ารัฐบาลก็เร่งเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลดีกันในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้า
กลยุทธ์ : การลงทุนยังเน้นหุ้น Defensive & ปันผลสูง ส่วนการเก็งกำไรตามรอบก็ยังสามารถทำได้ในหุ้นที่มีข่าวหรือปัจจัยกระตุ้นในระยะใกล้ๆ แต่ไม่ควรหวัง Gap กำไรมากในช่วงตลาดผันผวน






