วันอังคาร ที่ 13 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฉัตรชัย'ส่งทีมผู้แทนไทยเจรจาอียู 12-17 ก.ย.

"พล.อ.ฉัตรชัย" ผลักดัน 5 มาตรการควบคุมประมงผิดกฎหมาย พร้อมส่งคณะผู้แทนไทยเจรจาอียู 12-17 ก.ย. นี้

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ไร้การควบคุม หรือกฎระเบียบ(ไอยูยู) ตามกรอบของสหภาพยุโรป(อียู) ว่า มีความก้าวหน้าใน 5 ประเด็นหลัก เช่น 1.การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง ซึ่งขณะนี้ได้มีการจับกุมดำเนินคดีแล้วจำนวน 494 คดี และผู้ต้องหา 3,012 ราย ขณะที่การดำเนินงานของศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (พีไอพีโอ) จำนวน 28 ศูนย์ มีการแจ้งออก 52,604 ครั้ง แจ้งเข้า 48,553 ครั้ง 2.ระบบติดตามตำแหน่งเรือ (วีเอ็มเอส) โดยกรมประมงได้จัดตั้งศูนย์วีเอ็มเอสและปรับปรุงสถานีวิทยุประมงชายฝั่ง จำนวน 15 แห่ง เพื่อรองรับระบบในส่วนภูมิภาค และติดตั้งระบบวีเอ็มเอสในเรือตรวจการประมง ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติให้ใช้งบกลางจำนวน 28.53 ล้านบาท สำหรับเรือประมงขนาด 60 ตันให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 16 ก.ย.2558 โดยขณะนี้มีการติดตั้งแล้ว 2,108 ลำ จากเป้าหมาย 2,216 ลำ และเรือประมงขนาด 30-60 ตันกรอสติดตั้งแล้ว 300 ลำ จากเป้าหมาย 2,000 ลำ จะต้องติดตั้งก่อนวันที่ 22 ต.ค.2558 หากผู้ประกอบการประมงฝ่าฝืนและไม่ติดตั้งระบบวีเอ็มเอสภายในระยะเวลาที่กำหนดจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่กรมประมงกำหนด

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า 3.การตรวจสอบย้อนกลับ กรมประมงได้จัดทำคู่มือด้านการตรวจสอบย้อนกลับสำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน พร้อมอบรมหลักสูตรการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการกรอกสมุดบันทึกการทำประมงกับผู้ประกอบการ 4.ขณะนี้ได้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายให้อียูเรียบร้อยแล้ว อาทิ ร่างพระราชกำหนดการประมง แผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย แผนบริหารจัดการประมงทะเล แผนการปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับ แผนควบคุมและตรวจตราการทำประมงแห่งชาติ แผนการป้องกันการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ในภาคประมง โดยวันที่ 12-17 ก.ย.นี้ คณะผู้แทนฝ่ายไทยจะเข้าหารือร่วมกับอียูเพื่อรับทราบข้อสรุปที่เป็นไปตามมาตรฐานของอียู

5.เร่งวางมาตรการช่วยเหลือชาวประมงและวงเงินชดเชยที่ได้ผลกระทบจากมาตรการบริหารจัดการประมง ซึ่งมีคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมของราคากลางในการซื้อขายเรือประมง พร้อมส่วนประกอบ และ คณะกรรมการพิจารณากลุ่มผู้ประกอบการที่สมควรได้รับเงินชดเชยจากการหยุดออกเรือประมงและความเหมาะสมของวงเงิน โดยสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และจะนำผลการประชุมรายงานต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)