ตัวเต็งผู้ชนะงานประมูลโครงการวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้เฟสแรกในเดือนก.ย.
ประเด็นการลงทุน
เราเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นสำหรับการเปิดประมูลงานใหม่ของโครงการภาครัฐตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป SAMTEL ได้ทำการเซ็นสัญญางานโครงการกับหน่วยงานภาครัฐไปแล้ว 3 โครงการมูลค่ารวมกันทั้งสิ้น 3.9 พันล้านบาทในช่วงระหว่างเดือนก.ค.-ส.ค. ซึ่งได้แก่ งานโครงการศูนย์ข้อมูลที่ดินและแผนที่แห่งชาติเฟสสอง งานโครงการติดตั้งระบบอ่านหน่วยมิเตอร์ไฟฟ้าอัตโนมัติเฟสสอง (AMR) และงานโครงการติดตั้งระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) เราคาดว่า SAMTEL มีแนวโน้มเป็นผู้ชนะงานโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้เฟสแรก (APCO) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมูลค่า 3.4 พันล้านบาทภายในก.ย.นี้ ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่างานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญาในไตรมาส 3/58 ทั้งสิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 7.7 พันล้านบาท และส่งผลให้มูลค่างานโครงการในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดไปอยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/58 ราคาหุ้น SAMTEL เคยขึ้นไปซื้อขายที่อัตราส่วน PER สูงสุดในช่วงที่ผ่านมาที่ 22.2 เท่า (+0.55 SD) ในเดือนพ.ค. 2556 และที่ 21.6 เท่า (+0.52 SD) ในเดือนม.ค. 2558
ถ้าอ้างอิงอัตราส่วน PER ที่ 22 เท่า เราประเมินว่าราคาเป้าหมายที่อ้างอิงจากวิธี PER ควรจะอยู่ที่ 25.90 บาท (ณ สิ้นปี 2558) และ 30.90 บาท (ณ สิ้นปี 2559) เราเชื่อว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับต่ำและมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถ้า SAMTEL ชนะการประมูลงานโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้เฟสหนึ่งภายในเดือนนี้ เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากมูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและการฟื้นตัวของกำไรสุทธิตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป
คาดรู้ผลการประมูลงานโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้เฟสหนึ่งมูลค่า 3.4 พันล้านบาทในเดือนก.ย.
SAMTEL ได้ทำการยื่นซองประมูลสำหรับงานโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้เฟสหนึ่งมูลค่า 3.4 พันล้านบาทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว เราคาดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะประกาศผลการประมูลสำหรับผู้ชนะ และคาดว่าครม.จะทำการอนุมัติและรับรองงานโครงการนี้ภายในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เรามีความมั่นใจอย่างมากว่า SAMTEL จะเป็นผู้ชนะการประมูลงานโครงการนี้ ซึ่งหาก SAMTEL ชนะการประมูลงานโครงการนี้จริง บริษัทจะเริ่มทำการรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป จำนวน 500 ล้านบาทในไตรมาส 3/58 และ 600 ล้านบาทในไตรมาส 4/58 และที่เหลือภายในปี 2559 ถึงแม้ว่าเราจะคำนวณรวมงานโครงการนี้เข้าไปในประมาณการของเราแล้ว แต่เราเชื่อว่าตลาดยังคงไม่ได้สะท้อนงานโครงการนี้เข้าไปในราคาหุ้น ณ ปัจจุบันแต่อย่างใด
มูลค่างานโครงการในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) มีแนวโน้มแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/58
เราเชื่อว่าการเซ็นสัญญางานโครงการภาครัฐสามโครงการใหม่ในช่วงระหว่างเดือนก.ค.–ส.ค สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐเริ่มเปิดประมูลงานโครงการใหม่มากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/58 เป็นต้นไป
รวมถึงการเร่งเปิดประมูลงานโครงการต่างๆ ก่อนที่จะปิดปีงบประมาณในเดือนก.ย.ที่จะมาถึง งานโครงการที่เซ็นสัญญาไปแล้วสามโครงการในช่วงเดือนก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ได้แก่ งานโครงการศูนย์ข้อมูลที่ดินและแผนที่แห่งชาติเฟสสองของกรมที่ดินมูลค่า 769 ล้านบาทเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2558 งานโครงการติดตั้งระบบอ่านหน่วยมิเตอร์ไฟฟ้าอัตโนมัติเฟสสอง (AMR) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมูลค่า 228 ล้านบาทเมื่อวันที่ 10 ส.ค.2558 และงานโครงการติดตั้งระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ของบริษัทท่าอากาศยานไทยมูลค่า 2.9 พันล้านบาทเมื่อวันที่ 21 ก.ค.2558 ภายใต้สมมติฐานว่า SAMTEL เป็นผู้ชนะการประมูลงานโครงการระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลแอ็ปโก้เฟสหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในเดือนนี้ เราประเมินว่ามูลค่างานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญาจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 7.7 พันล้านบาทในไตรมาส 3/58 หรือเพิ่มขึ้น 595% YoY และ 442% QoQ (เทียบกับ 1.43 พันล้านบาทในไตรมาส 2/58) ในขณะเดียวกันมูลค่างานโครงการในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดและแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558 (เพิ่มขึ้น 127% YoY และ 91% QoQ)
มูลค่างานโครงการในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 1 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2558
เราคาดว่า SAMTEL จะทำการเซ็นงานโครงการใหม่มูลค่า 2-3 พันล้านบาทในไตรมาส 4/58 ซึ่งประกอบไปด้วยงานโครงการดิจิตอลทีวีเฟสสองของกรมประชาสัมพันธ์ (มูลค่า 1 พันล้านบาท) งานโครงการซ่อมบำรุงระบบอ่านหน่วยมิเตอร์ไฟฟ้าอัตโนมัติเฟสแรก (AMR) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (มูลค่า 320 ล้านบาท) และงานโครงการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยของกทม. (มูลค่า 1 พันล้านบาท) ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่ามูลค่างานโครงการในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) จะเพิ่มขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 1 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2558 (หรือเพิ่มขึ้น 45% YoY) เราคาดกำไรหลักไตรมาส 3/58 ของ SAMTEL ที่ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY และ 46% QoQ และกำไรหลักไตรมาส 4/58 ของ SAMTEL ที่ 250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% YoY และ 39% QoQ






