วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ย่อลง

เริ่มสะสมหุ้นที่เป็น laggard เมื่อดัชนีย่อลงระหว่างวัน เน้นกลุ่มปันผลสูง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ย่อลง

หลังจากที่เด้งขึ้นแรงเมื่อวานและรายย่อยเผ่นกันไปหลายคนแล้ว SET Index ก็ได้เวลาย่อลงบ้างวันนี้ ช่วงนี้โดยรวมไม่น่าจะผ่าน 1400 ไปได้ง่ายๆและต้องเผชิญแรงขายเป็นระยะๆจากปัจจัยกดดันทั้งราคาน้ำมันที่ยังอ่อนแออยู่ และความกังวลเรื่องเฟดซึ่งตอนนี้ Bloomberg consensus คาดการณ์โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้าอยู่ใกล้ 30% นอกจากนี้การที่ SET ยังไม่สามารถผ่านและยืนเหนือแนวต้าน 1400 จุดก็แสดงว่ามีโอกาสปรับลงได้อีก เล่นสั้นอย่างระวังกันไปก่อนรอความชัดเจนประเด็นเฟดแล้วค่อยเริ่มจัดหนักกันมากขึ้นแล้วกันครับ

แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : เริ่มสะสมหุ้นที่เป็น laggard เมื่อดัชนีย่อลงระหว่างวัน เน้นกลุ่มปันผลสูง เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐหรือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทยอยขายบ้างเมื่อใกล้ 1400 จุด

นักลงทุนระยะสั้น : KCE (66), AP (6.70)

KCE (66) ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง นอกจากนี้อุตสาหกรรม electronics ในรถยนต์กำลังเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรมอื่นในกลุ่มนี้ โดย KCE มีรายได้ 70% มาจากธุรกิจชิ้นส่วน electronics ในรถยนต์ ราคาเป้าหมายที่ 66 บาท ให้ upside มากกว่า 20% จากราคาปัจจุบัน

AP (6.70) เราคาดกำไรปีหน้าจะโต 10% ซึ่งดีที่สุดในกลุ่ม นอกจากนี้ค่า PE ที่ 6x ในปัจจุบันต่ำกว่าคู่แข่ง ทั้ง SPALI, LPN, LH, PS และ QH บวกกับปันผลที่สูงอันดับต้นๆในกลุ่มก็ถือว่าพื้นฐานแข็งแกร่งแข็งแกร่ง เก็บเข้าพอร์ตได้อย่างอุ่นใจ

นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), TVO(33.75)

ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%

TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ รายงานงบ Q2 ออกมาดีบวกกับ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ "สมคิด" สั่งคมนาคมเร่งเมกะโปรเจค หวังวางพื้นฐานประเทศรองรับเออีซี วางกรอบดึงเอกชนร่วมลงทุน ด้าน "อาคม" กางแผน 17 โครงการ จัดลำดับใหม่ คาดอนุมัติภายในปี 2559 ขณะแบงก์หนุนมาตรการช่วยเอสเอ็มอี คาดสินเชื่อโตเพิ่มเดือนละหมื่นล้าน ทางด้านกระทรวงพาณิชย์ชู 5 มาตรการดูแลค่าครองชีพ รับลูกบิ๊กตู่สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มสินค้าทั่วประเทศ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม ดันไทยสู่ฮับการผลิตอาหารอาเซียน โดยเชื่อว่านักลงทุนต่างชาติยังมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย พร้อมมองไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านการผลิต และส่งออกอาหารแปรรูปในอาเซียน

+ ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะเอกชนไทยให้ความสำคัญ "บริหารเสี่ยงธุรกิจ" ระบุความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกผันผวน เปลี่ยนแปลงเร็ว-แรง ด้านบิ๊กคอร์ปอเรท "การบินไทย-ซีพีเอ็น-เอ็มบีเค" แจงมอนิเตอร์ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก และภัยก่อการร้ายใกล้ชิด

- ศูนย์วิจัยทองคำ คาดราคาทองคำเตรียมทำจุดต่ำสุดใหม่เสี่ยงแตะ 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านทองคำในประเทศได้อานิสงส์บาทอ่อนค่า คาดไม่หลุด 17,000 บาทต่อบาททองคำ ด้านดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ เดือน ก.ย. ปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49.01 จุด ชี้ ปัจจัยบวกการอ่อนค่าของค่าเงินบาท ส่วนดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นใกล้เข้าสู่ระดับ 1,400 จุด อีกครั้ง ด้านโบรกเกอร์ประเมินระยะสั้นผันผวนแรง บลจ.ยูโอบีลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทย

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 239.11 จุด หรือ 1.45% ปิดที่ 16,253.57 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) ขณะที่ตลาดยังคงมีความผันผวน หลังจากข้อมูลตำแหน่งงานว่างในสหรัฐที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ค.ส่งผลให้มีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

+ ดัชนี FTSE 100 ปิดเพิ่มขึ้น 82.91 จุด หรือ 1.35% ที่ 6,229.01 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเป็นวันที่สามติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) เพราะได้แรงหนุนจากการที่จีนประกาศมาตรการทางนโยบายชุดใหม่ ตลอดจนถ้อยแถลงสร้างความเชื่อมั่นจากจีนและญี่ปุ่น

+ ดัชนีนิกเกอิปิดทะยาน 1,343.43 จุด หรือ 7.71% แตะที่ 18,770.51 จุด ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดภายในวันเดียวนับตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.2537 เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกส่งสัญญาณคลายความวิตกกังวล ท่ามกลางกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในจีน 

+ ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 872.27 จุด หรือ 4.10% ปิดวันนี้ที่ 22,131.31 จุด

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดตลาดพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากตลาดหุ้นจีนที่ทะยานขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมีความมั่นใจมากขึ้นกับการดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีน ขณะเดียวกันก็มีมุมมองบวกว่าจีนจะประสบความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพในตลาดหุ้น

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนต.ค.ปิดรูดลง 1.79 ดอลลาร์ แตะที่ 44.15 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (9 ก.ย.) โดยปิดต่ำกว่าระดับ 45 ดอลลาร์ หลังจากรัฐบาลสหรัฐได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบสำหรับปีนี้และปีหน้าขณะที่ตลาดยังคงมีความวิตกต่อเนื่องเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่มีจำนวนมากเกินไปในตลาดโลก