ตั้งบริษัทร่วมทุนเจาะตลาดในตะวันออกกลาง
ประเด็นการลงทุน
เราประเมินว่าบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นมาระหว่าง TUF และบริษัทซาโวล่าฟู้ดส์ (ซาโวล่า) เพื่อเจาะตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลางถือว่าเป็นปัจจัยหนุนอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในระยะยาวสำหรับ TUF ถึงแม้ว่าระยะสั้นจะมีประเด็นทางลบจากเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง การก่อกบฏและการทำสงครามกลางเมืองของกองกำลังติดอาวุธ และความรุนแรงจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง ภายใต้สมมติฐานว่า TUF เข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 50% ในบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นมา เราประเมินว่าสัดส่วนรายได้จากภูมิภาคตะวันออกกลางจะกระทบต่อกำไรสุทธิของ TUF คิดเป็น 7-8% ภายในปี 2563 (หรือเพิ่มขึ้นจาก 1-2% ในช่วงระหว่างปี 2559-60) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากอัตราการเติบโตจากธุรกิจหลักของ TUF ที่ยังคงมีต่อเนื่องจากปลาทูน่า กุ้งและอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จนถึงปี 2559
ตั้งบริษัทร่วมทุนกับซาโวล่าฟู้ดส์เจาะ 12 ประเทศในตะวันออกกลาง
TUF ประกาศตั้งบริษัทร่วมทุนกับบริษัทซาโวล่าฟู้ดส์ (ซาโวล่า) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มซาโวล่าของประเทศซาอุดิอาราเบีย และเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่สุดสำหรับตลาดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซาโวล่าผลิตน้ำมันที่ใช้ปรุงและประกอบอาหาร น้ำตาลและเส้นพาสต้า วัตถุประสงค์สำหรับการตั้งบริษัทร่วมทุนในครั้งนี้เพื่อที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารทะเลที่มีคุณภาพและแนวคิดที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ นำเสนอต่อผู้บริโภคในภูมิภาคตะวันออกกลาง รายได้ของซาโวล่าในปี 2557 อยู่ที่ 3.9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเป็นเจ้าของยี่ห้อหรือแบรนด์ที่แข็งแกร่งเช่น Afia, Alarabi, Ladan และ Yudum ขอบเขตของผลิตภัณฑ์สินค้าที่จะผลิตออกมาจำหน่ายภายใต้บริษัทร่วมทุนได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลทั้งหมดของ TUF ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์แช่แข็งและอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน โดยบริษัทร่วมทุนจะทำการจำหน่ายสินค้าไปยัง 12 ประเทศในตะวันออกกลางได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน คูเวต บาร์เรนห์ การ์ตาร์ จอร์แดน เลบานอน ซีเรีย อิหร่าน อิรักและอียิปต์ งบลงทุนสำหรับบริษัทร่วมทุนอยู่ที่ประมาณ 30-50 ล้านเหรียญดอลลาร์ในช่วงเวลา 2 ปีข้างหน้า
คาดรายได้อาหารทะเลในประเทศหลักภูมิภาคตะวันออกกลางเติบโตเฉลี่ย 5-6% ในช่วงปี 2559-2562
เราเชื่อว่าบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นมาถือว่าเป็นการผสมผสานและรวมเอาทรัพยากร และความรู้ความชำนาญของ TUF ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าถึงแหล่งของวัตถุดิบ ขบวนการและขั้นตอนการผลิต ความสามารถในการพัฒนางานด้านวิจัย รวมถึงความมีชื่อเสียงของแบรนด์ MWB ซึ่งประกอบไปด้วย John West Petit Navire และ Mareblu ผนวกเข้ากับ
ความสามารถของทีมฝ่ายขาย ฝ่ายการทำตลาดและฝ่ายจัดส่งกระจายสินค้าของซาโวล่า บริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะรองรับตลาดในเขตภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีมูลค่าตลาดอาหารโดยรวมคิดเป็นประมาณ 3 พันล้านเหรียญ และภายใต้สมมติฐานว่ารายได้อาหารทะเลจากภูมิภาคหลักในเขตตะวันออกกลาง 3 ประเทศได้แก่ อิรัก อิหร่านและซาอุดิอาระเบีย รวมกันอยู่ที่ 2 พันล้านเหรียญในปี 2557 (หรือเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 4% ต่อปีในช่วงตั้งแต่ปี 2546-2557) เราประเมินว่ารายได้อาหารทะเลจากทั้ง 3 ประเทศรวมกันจะยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องอีก 5-6% ต่อปีในช่วงตั้งแต่ปี 2558-2563
อัพไซด์ในระยะยาวจากบริษัทร่วมทุนข้างต้น
เราประเมินว่ารายได้ทั้งปีของบริษัทร่วมทุนจะอยู่ที่ประมาณ 50-70 ล้านเหรียญในปี 2559 (หรือกระทบรายได้รวมของ TUF ให้เพิ่มขึ้นอีก 0.7-0.9% ภายใต้สมมติฐานว่า TUF ถือหุ้น 50% ในบริษัทร่วมทุน) ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 100-150 ล้านเหรียญในปี 2560 (หรือกระทบรายได้รวม TUF คิดเป็น 1.3-1.9%) และ 400 ล้านเหรียญในปี 2562 (หรือกระทบรายได้รวม TUF คิดเป็น 5-6%) ภายใต้สมมติฐานโดยใช้อัตรากำไรสุทธิที่ 5% และสัดส่วนการถือหุ้นของ TUF ที่ 50% ในบริษัทร่วมทุน จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ TUF คิดเป็นประมาณ 45-63 ล้านบาทในปี 2559 (หรือกระทบ 0.7-1%) และ 88-132 ล้านบาทในปี 2560 (หรือกระทบ 1.3-2%) ถึงแม้ว่าผลกระทบทางการเงินต่อ TUF จะยังมีไม่มากนักในช่วง 2 ปีแรกของการเปิดให้บริการ แต่เราคาดว่าจะเห็นผลกระทบทางบวกที่เพิ่มมากขึ้นในระยะยาว เราประเมินว่าผลกระทบของรายได้และกำไรจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีต่อ TUF มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 7-8% ภายในปี 2563 แต่เนื่องจากยังคงมีความไม่แน่นอนสำหรับสัดส่วนรายได้ของบริษัทร่วมทุนที่จะมาจากภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงสองปีแรก เราจึงยังคงไม่คำนวณรวมรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วมทุนข้างต้นเข้าในประมาณการของเรา และประเมินว่าเป็นอัพไซต์ต่อประมาณการของเราในอนาคต









