ธนาคารกรุงเทพ คงเป้าสินเชื่อรายใหญ่ปีนี้โต 3% ตามจีดีพี ประเมินค่าเงินบาทปีนี้มีโอกาสแตะ 37 บาท/ดอลลาร์ หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย
นายชาญศักดิ์ เฟื่องฟู กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เปิดเผยว่า ธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อรายใหญ่ปีนี้เติบโต 3% ตามการเติบโตอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโต 3% เช่นกัน โดยในช่วงที่เหลือของปี เชื่อว่าจะมีลูกค้ารายใหญ่มาเบิกใช้สินเชื่อเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีโครงการของภาครัฐเริ่มทยอยออกมา 17 โครงการ แต่จะเห็นการเบิกใช้สินเชื่ออย่างมากตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป
"กลุ่มที่เบิกใช้สินเชื่ออยู่ในขณะนี้ คือ กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มส่งออก และ นอกนั้นเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยส่วนตัวอยากเห็นการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น 4G เพราะทุกคนจะต้องมีการเตรียมความพร้อมเรื่องเงินลงทุน อีกทั้ง รัฐบาลก็พยายามเร่งให้เกิดการประมูลให้เร็วที่สุด โดยลูกค้าของเรามีการกระจายตัวทั่วไป ไม่ได้กระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง”นายชาญศักดิ์ กล่าว
ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ BBL ประเมินค่าเงินบาทสิ้นปีนี้จะอ่อนค่ามาอยู่ที่ 36-37 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งมองเป็นเรื่องดี ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากทำให้ภาคส่งออก และท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมาในทิศทางที่ดีขึ้นถึง แม้ว่าจะกระทบต่อผู้นำเข้าก็ตาม
"ตอนนี้รอดูเฟดว่าจะขึ้นตอนไหน แต่คาดว่าขึ้นอย่างน้อย 2 ครั้ง จากการประชุมที่เหลืออยู่ 3 ครั้ง ซึ่งหากมีการขึ้นดอกเบี้ยเกิดขึ้นก็จำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอีก 2-3% แต่เรามองเป็นเรื่องดี เพราะอ่อนตามภูมิภาค ซึ่งตอนนี้ที่อ่อนค่า เพราะค่าเงินดอลล่าร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”นาย กอบศักดิ์ กล่าว
สำหรับการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 16 ก.ย.นี้ นายกอบศักดิ์ คาดว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% เนื่องจากอยู่ในระดับที่ต่ำแล้ว โดย การลดดอกเบี้ยก็ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจ และ ไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อค่าเงินบาท






