วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 8 กันยายน 2558

ราคาน้ำมันดิบยังลงต่อจากสภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาด

- ราคาน้ำมันดิเบรนท์ปรับลดลงต่อเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจจีนที่เริ่มชะลอตัวและความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดจากทั้งกลุ่มผู้ผลิตโอเปคและนอกโอเปค โดยล่าสุดซาอุดิอาระเบียยังคงกำลังการผลิตในระดับเดิมอยู่ที่ประมาณ 10.2 - 10.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาสที่ 4/58 ซึ่งถือเป็นระดับที่ใกล้ระดับสูงที่สุดในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากคาดว่าอุปสงค์น้ำมันโลกจะปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาสที่ 4 เพื่อใช้ทำความร้อนในช่วงฤดูหนาว

- ตลาดหุ้นจีนปิดร่วงต่อเนื่องเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาจากการที่นักลงทุนเทขายหลังตลาดเปิดทำการเป็นวันแรกจากที่หยุดติดต่อกันเป็นเวลา 4 วัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าทางการจีนจะมีมาตรการต่างๆ เพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาดไปแล้วก็ตาม โดยดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตร่วงลงกว่า 79.75 จุด หรือ 2.52% ปิดที่ระดับ 3,080.42 จุด อย่างไรก็ดี คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน หรือ CSRC เปิดเผยว่ารัฐบาลจีนได้เตรียมมาตรการปฏิรูป ปรับปรุงกรอบการทำงานด้านกฎหมาย และยกระดับการกำกับดูแลตลาด โดยอาจจะใช้กลไกต่างๆ เช่น มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราวกรณีที่ภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์โดยรวมเกิดการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างผิดปกติ (circuit breaker) นอกจากนี้ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่จีนปรับทบทวนคาดการณ์ GDP ประจำปี 2557 ลง 0.1% สู่ระดับ 7.3%

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน จากที่ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 - 17 ก.ย. นี้ เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐ และตัวเลขภาคแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นกว่า 0.3% สู่ระดับ 119.35 เยน การที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันปรับตัวลงลดเนื่องจากราคาน้ำมันมีราคาสูงขึ้นเมื่อเทียบเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ

-/+ ญี่ปุ่นเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วงไตรมาสที่ 2/58 หดตัวลง 1.2% ดีขึ้นกว่ารายงานเบื้องต้นที่ระบุว่า เศรษฐกิจหดตัว 1.6% ในช่วงไตรมาสดังกล่าว

-/+ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานของสหรัฐ ยังเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 173,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.จากระดับ 245,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 5.1% จาก 5.3% ในเดือนก.ค.

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยราคาได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่เริ่มปรับตัวลดลงหลังโรงกลั่นหลายแห่งเริ่มเข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง อย่างไรก็ดี อุปสงค์น้ำมันดิบเบนซินมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงเนื่องจากช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ ที่มีการใช้น้ำมันเบนซินสูงสุดได้สิ้นสุดลงไปแล้ว

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากการที่โรงกลั่นน้ำมันได้ลดกำลังการกลั่นลงในช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับค่าขนส่งที่ลดลงทำให้มีการส่งออกจากภูมิภาคเอเชียไปยังทวีปยุโรปมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี อุปทานน้ำมันดีเซลยังคงล้นตลาดประกอบกับอุปสงค์ในภูมิภาคยังคงชะลอตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลยังคงถูกกดดันอยู่

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวที่กรอบ 45-50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 47-53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่จะมีกำหนดจะประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 16-17 ก.ย. นี้ ว่าจะพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้หรือไม่ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก Bloomber พบว่าโพลที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้มีเพียง 48% ถือว่าลดลงจากการสำรวจเมื่อเดือนที่ 77% อย่างไรก็ดี นางเจเน็ต เยลเลน ประธาน Fed ย้ำว่ามีความเหมาะสมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

- รายงานสถานการณ์น้ำมันประจำเดือน ก.ย. ของสำนักสารสนเทศน์ด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในวันที่ 9 ก.ย. และสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ ว่าจะมีการปรับเพิ่ม/ลด คาดการณ์ความต้องการใช้และอุปทานน้ำมันดิบอย่างไร รวมถึงมุมมองต่อทิศทางราคาน้ำมันในปีนี้และปีหน้า

- กลุ่มโอเปคแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาราคาน้ำมันดิบที่ตกต่ำ และพร้อมที่จะเจรจากับผู้ผลิตน้ำมันในกลุ่มโอเปคและนอกกลุ่มโอเปคว่าจะปรับลดปริมาณการผลิตเพื่อพยุงราคา ล่าสุดเวเนซุเอลาได้พยายามติดต่อประเทศสมาชิกอื่นๆ ในกลุ่มโอเปค เพื่อผลักดันการจัดการประชุมฉุกเฉินขึ้นร่วมกับรัสเซีย และมุ่งหามาตรการเพื่อกระตุ้นราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงอย่างแรง อย่างไรก็ดี ยังไม่มีสัญญาณจากผู้ผลิตรายใหญ่อย่างซาอุดิอาระเบียถึงการเจรจาเพิ่มเติมกับผู้ผลิตรายอื่น

- ติดตามทิศทางเศรษฐกิจจีนที่กำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัว โดยล่าสุดสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) เปิดเผยตัวเลขดัชนีภาคการผลิตจีน (PMI) ประจำเดือน ส.ค. 58 ที่ออกมาหดตัว ซึ่งถือว่าหดตัวมากที่สุดในรอบ 3 ปี ส่งผลให้นักลงทุนวิตกมากขึ้นว่าประเทศจีนที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก อาจกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะชะลอตัวรุนแรง

                                                   -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999