คลังชง 4 มาตรการช่วยธุรกิจเอสเอ็มอี ผ่านการลดภาษีเหลือ 10% เวลา 2 ปี ส่วนเอสเอ็มอีรายใหม่รับการยกเว้นภาษี 5 ปี พร้อมหนุนสินเชื่อซอฟท์โลน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะนำเสนอมาตรการทางการคลังเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประกอบด้วย 1.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใหม่ที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ หรือที่เรียกว่า SME Start up โดยจะยกเว้นภาษีให้เป็นระยะเวลา 5 ปี แต่ต้องเป็นธุรกิจที่ถูกกำหนดไว้ เช่น เป็นธุรกิจที่มีนวัตกรรม หรือ เป็นธุรกิจแปรรูปการเกษตร เป็นต้น
2.มาตรการการลดภาษีนิติบุคคลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นการทั่วไปลงเหลือ 10% จากอัตราปกติที่ 15% เป็นเวลา 2 ปี เพื่อช่วยประคับประคองผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว สามารถผ่านช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวไปให้ได้ หลังจากพ้น 2 ปีไปแล้ว อัตราภาษีจะกลับมาในอัตราเดิม คือ ยกเว้นภาษี สำหรับกำไรสุทธิ ส่วนแรกที่ไม่เกิน 3 แสนบาท ,ส่วนที่เกิน 3 แสนบาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท จ่ายในอัตรา 15% และมากกว่า 3 ล้านบาท จากในอัตราปกติที่ 20%
3.มาตรการปรับปรุงเงื่อนไขการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือ บสย.ในวงเงินค้ำประกัน 1 แสนล้านบาท โดยบสย.จะค้ำประกันหนี้เสียส่วนที่ไม่เกิน 30% สำหรับเงินกู้ในแต่ละราย แต่ชดเชยความเสียหายให้ไม่เกิน 70% ซึ่งเฉลี่ยแล้ว จะเท่ากับค้ำประกันหนี้เสียในอัตรา 21% จากปัจจุบันที่ค้ำในอัตรา 18%
4.มาตรการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟท์โลนวงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยธนาคารออมสินจะปล่อยกู้ให้กับ ธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ ไปปล่อยกู้ต่อให้ผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอีในอัตราไม่เกิน 4% ส่วนต้นทุนเงินกู้ที่ธนาคารพาณิชย์ จะได้รับจากธนาคารออมสิน จะอยู่ที่ 0.1% ซึ่งกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชดเชยอัตราดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสินในอัตราต้นทุนที่ 2% ซึ่งคาดว่าเงินกู้ซอฟท์โลนนี้ จะสามารถช่วยเอสเอ็มอีได้ประมาณ 3 หมื่นราย โดยคิดจากวงเงินกู้เฉลี่ยต่อรายที่ 3 ล้านบาท

