ถือเงินสดส่วนใหญ่ในพอร์ต รอแรงขายให้ลดลงอย่างชัดเจนแล้วค่อยสะสมหุ้นบริเวณใกล้หรือต่ำกว่า 1300 จุด เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ขึ้นก่อนย่อลงอีก
ตลาดไทยเมื่อวานเกิด Technical rebound ช่วงก่อนปิดตลาด นำโดยกลุ่มแบงก์และพลังงาน ด้วย sentiment ที่ดีขึ้นจากประเด็น ครม.ชุดใหม่ที่เตรียมเสนอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆออกมา แต่ในวันนี้ตลาดไทยมีแนวโน้มจะไปได้ไม่ไกลและอาจย่อลงต่อ หลังจีนประกาศลดดอกเบี้ย แต่ตลาดหุ้นทั้งจีนและสหรัฐยังปรับลงต่อ แสดงให้เห็นว่านโยบายครั้งนี้ของจีนอาจไม่เพียงพอจะกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1300/1350 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 75% : พอร์ตหุ้น 25%
กลยุทธ์ : ถือเงินสดส่วนใหญ่ในพอร์ต รอแรงขายให้ลดลงอย่างชัดเจนแล้วค่อยสะสมหุ้นบริเวณใกล้หรือต่ำกว่า 1300 จุด เน้นพื้นฐานดี ปันผลสูง และได้ประโยชน์จากโครงการรัฐหรือค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
นักลงทุนระยะสั้น : SVI(5.40), NUSA(1.25)
SVI(5.40) งบ Q2 ออกมาดีแล้ว ต่อไปงบ Q3 จะเข้าสู่ช่วงพีค ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและไม่ส่งออกไปจีน ทำให้ผลกระทบจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวมีค่อนข้างน้อยต่อ SVI ปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับ demand จากยุโรปยังแข็งแกร่งอยู่และปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่จากอเมริกา 4 ราย ส่งผลให้กำไรมีโอกาสจะโตถึง 40% ในปีหน้า
NUSA(1.25) เราคาดกำไรจะโตได้สูงปีนี้ ประกอบกับราคาปัจจุบันต่ำกว่าบุ๊ค คือแค่ 0.9 เท่า P/B แถมมี Land bank ซึ่งมีต้นทุนน้อยมาก บวกกับโครงการ NUSA ONE และอีกหลายโครงการในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทในระยะยาว และในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มการโอนโครงการจะมีเข้ามากกว่าครึ่งปีแรกอีกด้วย หลังจากครึ่งปีแรกคอนโดขายดีจนเกินเป้าแล้วครับผม
นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), TVO(33.75)
ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%
TVO (33.75) ตลาดมันแกว่งแรงความเสี่ยงก็เยอะ เอาหุ้นปันผลสูงๆติดพอร์ตไว้ก็ดีครับ TVO ตัวนี้ รายงานงบ Q2 ออกมาดีบวกกับ Downside risk จากราคาถั่วเหลืองตกต่ำมีน้อย เนื่องจากราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปัจจุบันใกล้เคียงกับราคาต้นทุนของเกษตรกรสหรัฐที่ 9USD/bushel แถมให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 58 ที่ดีราว 7% โดยคาดเงินปันผลปี 58 ที่ 1.62 บาท/หุ้น ประกอบกับปัจจุบันการปลูกถั่วเหลืองในสหรัฐนั้นต่ำกว่าที่คาดไว้เพราะมีปัญหาฝนตกหนักในพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง ช่วยเสริม sentiment บวกให้กับราคาถั่วเหลืองในระยะกลางถึงระยะยาวด้วย ดังนั้นค่อยๆเก็บสะสม TVO ถือยาวๆกินปันผลกันนะครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- จีนลดดอกเบี้ย-เงินสดสำรองภาคธนาคารหลังหุ้นดิ่งต่อเนื่อง สวนทางหุ้นส่วนใหญ่ในเอเชียที่ดีดตัวสู่แดนบวก นักวิเคราะห์ผู้นำหลายประเทศยันไม่ซ้ำรอยวิกฤติการเงินโลก-วิกฤติเอเชีย ด้าน ธปท.ไม่มั่นใจถึงจุดต่ำสุด จับตาสถานการณ์ใกล้ชิด หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ยันมีมาตรการรับมือ ขณะนักวิเคราะห์เตือนสงครามค่าเงิน หุ้นไทยยังเสี่ยงขาลง
- ส.อ.ท.เล็งปรับเป้ายอดผลิตขายในประเทศเหลือ 7.5-8 แสนคัน จากเดิมที่ตั้งเป้า 8.5 แสนคัน แนะรัฐบาลปลดล็อกซื้อขายรถยนต์คันแรก กระตุ้นตลาดรถมือ 2 เพิ่มยอดขายรถใหม่ เผย 7 เดือน มียอดผลิตรวม 1.1 ล้านคัน ลดลง 0.21% ด้านรถบรรทุกลุ้นงบรัฐฟื้นตัวไตรมาสสุดท้าย
+ "ประยุทธ์" ชี้ ครม.ชุดใหม่ไม่มีเวลาฮันนีมูน ขีดเส้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เห็นผลรูปธรรมใน 3 เดือน เร่งมาตรการเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจระดับรากหญ้า สั่ง "สมคิด" หามาตรการจูงใจนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนเพิ่ม คลังเตรียมชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้า ครม.สัปดาห์หน้าดึงแบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ส.อ.ท.ชง 3 แนวทางอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรดันส่งออก ช่วยเอสเอ็มอี
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 15,666.44 จุด ร่วงลง 204.91 จุด หรือ -1.29%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย อันเป็นผลมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งความกังวลในเรื่องดังกล่าวได้สกัดปัจจัยบวกจากข่าวธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวานนี้
+ ดัชนี FTSE 100 เพิ่มขึ้น 182.47 จุด หรือ 3.09% ปิดที่ 6,081.34 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) หลังจากธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
- ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 733.98 จุด หรือ -3.96% ปิดที่ 17,806.70 จุด
ดัชนีนิกเกอิร่วงลงอย่างหนักตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ หลังจากตลาดหุ้นต่างประเทศร่วงลงเมื่อคืนนี้ โดยตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงนับตั้งแต่จีนประกาศลดค่าเงินหยวนหลังจากมีรายงานว่ายอดส่งออกของจีนย่ำแย่ลง ซึ่งจุดปะทุให้เกิดความวิตกกังวลว่า เศรษฐกิจจีนอาจจะย่ำแย่ลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้
- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 39.31 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (25 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรหลังจากธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวานนี้ ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยให้ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน









