อยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างช้าๆ
ประเด็นการลงทุน
ประเด็นหลักจากการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุดยืนยันมุมมองของเราที่มีต่อบริษัท เรามองว่าแผนปฏิรูปธุรกิจของบริษัทน่าจะยังไม่เห็นผลในระยะเวลาสั้นๆและยังคงมีความเสี่ยงในการดำเนินการ จากการที่เป็นธุรกิจที่โครงสร้างต้นทุนไม่มีความยืดหยุ่นและมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายกลุ่ม นอกจากนี้เรามองว่าผลประกอบการที่อ่อนตัวลงในปีนี้จะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาหุ้นยังคงไม่น่าสนใจ โดยอาจมีความเสี่ยงขาลงต่อการประมาณการผลประกอบการปี 2558 จากการด้อยค่าของเครื่องบินและค่าใช้จ่ายในโครงการร่วมใจจากองค์กร อย่างไรก็ตามเราคิดว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายกันที่ PBV ปี 2558 ที่ 0.9 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว แต่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอเชียที่ 1.3 เท่า ได้สะท้อนประเด็นดังกล่าวไปแล้ว
คาดผลประกอบการหลักปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3/58 แม้จะมีเหตุการณ์ระเบิด
ผลกระทบเชิงลบต่ออุปสงค์ของการท่องเที่ยวไทยจากเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์คาดว่าจะส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น โดยสถิติการจราจรทางอากาศของ THAI ชี้ว่า ยอดจองตั๋วในเดือน ส.ค. ลดลงล่าสุดที่ 1.8% ในขณะที่ยอดจองตั๋วในเดือนก.ย.ยังคงอยู่ที่ระดับปกติ เราคาดอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารในไตรมาส 3/58 น่าจะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยอยู่ที่มากกว่า 75% เทียบกับ 71.1% ในไตรมาส 3/57 และ 69.3% ในไตรมาส 2/58 นอกจากนี้ ต้นทุนเชื้อเพลิงคาดลดลง 27% YoY มาอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อย่างไรก็ตามต้นทุนเชื้อเพลิงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 14% QoQ เนื่องจากบริษัทได้ทำการประกันความเสี่ยงไว้เป็นสัดส่วน 85% ของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องการใช้ในไตรมาส 3/58 ที่ 95 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในขณะที่รายได้ต่อผู้โดยสารต่อหน่วยคาดอ่อนตัวลง YoY จากการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ จากอุปสงค์ที่ดีขึ้น ดังนั้นผลประกอบการหลักของไตรมาส 3/58 คาดปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ (แต่ยังคงขาดทุน)
แผนปฏิรูปธุรกิจอยู่ในช่วงดำเนินการ แต่ค่อนข้างล่าช้า
ผู้บริหารกล่าวว่า บริษัทได้เริ่มดำเนินการบางมาตรการของแผนปฏิรูปซึ่งประกอบด้วย 6 กลยุทธ์ (21โครงการ) ทั้ง 6 กลยุทธ์ประกอบด้วย 1) การจัดการเส้นทางการบินและเครือข่าย, 2) การพิจารณาเปลี่ยนแปลงจำนวนเครื่องบิน ,3) การจัดการเชิงพาณิชย์, 4)การควบคุมการดำเนินงานและต้นทุน, 5)การจัดการองค์กร และ 6) การจัดการพอร์ตการลงทุน โดยกลยุทธ์การจัดการเส้นทางการบินและเครือข่ายมีความคืบหน้ามากที่สุด โดยบริษัทมีการตัดเส้นทางที่ไม่ทำกำไรออกไปหลายเส้นทางในช่วงครึ่งปีแรกปี 2558 ส่งผลให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารลดลง 10% โดยขั้นตอนนี้จะยังคงทำต่อเนื่องในครึ่งปีหลังปี 2558 ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารลดลงอีก 6% แต่ผู้บริหารออกมายอมรับว่าอีก 5 กลยุทธ์ที่เหลือยังอยู่ในช่วงดำเนินการแต่ยังคงล่าช้าโดยเฉพาะแผนในการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนโดยคาดว่ารายได้ต่อผู้โดยสารต่อหน่วยจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ในไตรมาส 4/58 เป็นต้นไปจากแผนการเพิ่มรายรับ
งบดุลอ่อนแอ แต่ไม่มีแนวโน้มเพิ่มทุน
แม้ว่าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนจะสูงถึง 5.9 เท่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย. แต่ผู้บริหารกล่าวว่าบริษัทยังคงมีความสามารถในการกู้ยืมได้อีกผ่านการออกหุ้นกู้ โดยวางแผนที่จะออกหุ้นกู้จำนวน 8 พันล้านบาทในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 หลังจากการออกหุ้นกู้ในช่วงครึ่งปีแรกไปแล้วจำนวน 7 พันล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังศึกษาความเป็นไปได้ในการขายสินทรัพย์ (แผนสำรองกรณีการจัดการสภาพคล่อง) ทั้งนี้การเพิ่มทุนยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้น









