ถือเงินสด รอดูตลาดโลกหาจุด Bottom และ Fund flow หยุดการไหลออกจากตลาดหุ้น
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง กังวลเศรษฐกิจโลก ตลาดหุ้นโลกอาจเข้าสู่การปรับฐานรอบใหม่ แนะนำ ถือเงินสด
คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง แนวรับ 1362/1350 จุด แนวต้าน 1380/1388 จุด ตามภาวะตลาดหุ้นโลก ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงการปรับฐานรอบใหม่ จากความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก หลังจีนมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะชะลอตัวมากกว่าคาด ขณะที่ความเสี่ยงอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องจีนลดค่าเงิน และโอกาสการเกิดภาวะเงินฝืด และการปรับลงต่อเนื่องของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ กดดันให้นักลงทุนเทขายทำกำไรออกมา ด้านตลาดหุ้นไทย ยังเผชิญแรงขายของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่อง ทำให้คาดดัชนีฯ มีโอกาสปรับฐานต่อ
กลยุทธ์ แนะนำ ถือเงินสด รอดูตลาดโลกหาจุด Bottom และ Fund flow หยุดการไหลออกจากตลาดหุ้น
ปัจจัยต่างประเทศ
ดัชนีหุ้นสหรัฐดิ่งหนักสุดในรอบ 18 เดือน ดัชนี S&P500 วานนี้ปิดลดลงถึง 2.11% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงใน 1 วันมากสุดในรอบ 18 เดือน ขณะที่ดัชนี Dow Jones และ Nasdaq ปรับตัวลง 2.06% และ 2.82% ตามลำดับ จากการปรับตัวลงวานนี้ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นสหรัฐหลุดแนวรับหลักทั้งเส้น SMA 200 วัน และ กรอบล่างของ sideway trend ในรอบ 7 เดือนลงมา ในเชิงเทคนิคบ่งชี้โอกาสการปรับฐานรอบใหม่
สาเหตุที่นักลงทุนเทขายหุ้นออกมา เกิดจากความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนที่มีโอกาสชะลอตัวลงมากกว่าคาด จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจโลก โดยในสัปดาห์ก่อนจีนได้ลดค่าเงินหยวนลง และส่งผลราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีราคาร่วงลงต่อเนื่อง (ยกเว้นทองคำซึ่งนักลงทุนเห็นว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย หรือ safe haven) นักลงทุนยังมีความกังวลว่าโลกจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงมาก ขณะที่หลายสำนักมองว่าสัญญาน้ำมันดิบ WTI มีโอกาสลดต่ำลงได้ถึงบริเวณ 30 ดอลลาร์/บาร์เรล จากปัจจุบันที่ 41 ดอลลาร์/บาร์เรล
จีนประสบปัญหาอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับสูงขึ้น หลังจากที่จีนได้ประกาศลดค่าเงินหยวนในสัปดาห์ก่อน ทางการจีนต้องเข้าไปแทรกแซงตลาดเงินด้วยการขายเงินสกุลดอลลาร์ (และซื้อหยวน) เพื่อรักษาค่าเงินหยวนให้อยู่ในกรอบที่ทางการกำหนด ส่งผลให้เงินหยวนถูกดูดออกจากระบบจำนวนมาก แม้ว่าธนาคารกลางจะพยายามเพิ่มสภาพคล่องให้ระบบผ่านสัญญาการซื้อคืนพันธบัตรแล้วก็ตาม ก็ยังไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งการ ปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในประเทศได้ โดยขณะนี้ อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร (overnight repurchase
rate) ปรับเพิ่มขึ้นมาราว 24 bps นับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าจีนอาจต้องใช้ยาแรงขึ้นโดยการปรับลด RRR
ด้านตลาดหุ้นจีนยังเผชิญความเสี่ยงของการปรับตัวลง หลังการปรับลดค่าเงินในสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้นักลงทุนคาดว่าจีนอาจหันมาใช้นโยบายค่าเงินเพื่อกระตุ้นการส่งออกและเศรษฐกิจในประเทศ โดยค่าเงินที่อ่อนลงกระตุ้นแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศ แม้ว่าทางการจีนจะพยายามเข้าไปพยุงตลาดหุ้นแล้วก็ตาม ทั้งนี้ การลดค่าเงินของจีน ส่งผลต่อเนื่องถึงค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียให้มีทิศทางอ่อนค่าตามไปด้วย และ คาดตลาดหุ้นไทยยังต้องเผชิญแรงขายของนักลงทุนต่างชาติต่อในระยะนี้
สัญญาณทางเทคนิค แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นลบ หลังหลุดกรอบล่างของ downtrend channel ที่บริเวณ 1385 จุดลงมา ขณะที่การรีบาวด์กลับไปไม่ถึงแนวต้าน 1385 จุด และมีแนวโน้มที่อ่อนตัวกลับลงมาใหม่ ซึ่งบ่งชี้ถึงโอกาสของการปรับลงทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยแนวรับถัดไปจะอยู่ที่ 1360/1345 จุด






