วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

ลุ้นรับงานภาครัฐ..หนุนงานในมือ

ประเด็น

- ข้อมูลหลัง Company Visit เมื่อวานนี้ ผู้บริหาร CK คาดหวังความสำเร็จจากการรับงานใหม่ใน 2H58 ราว 25% จากมูลค่างาน 1.9 แสนล้านบาท นอกจากนั้นคาดหวังความชัดเจนจากงานต่อเนื่องจาก BMCL และงานเขื่อนน้ำบาก ในช่วง 4Q58 จะช่วยสนับสนุนงานในมือเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ผลกระทบ / ความเห็น

- รอรับงานใหม่ 2H58 เราคาดว่าหลังปรับ ครม. สิ่งแรกที่ภาครัฐจะให้ความสนใจ คือ การผลักดันงบประมาณก่อสร้างให้เดินหน้าต่อไป สำหรับโครงการที่จะเห็นความชัดเจนในช่วง 1 - 2 เดือนข้างหน้า ที่มีความเป็นไปได้จะเห็นการประกวดราคา เช่น งานรถไฟทางคู่ (1) คลอง 19 - แก่งคอย มูลค่า 1.07 หมื่นล้านบาท (2) จิระ-ขอนแก่น มูลค่า 2.7 หมื่นล้านบาท (3) งานมอเตอร์เวย์พัทยา-มาบตาพุด มูลค่ารวม 1.4 หมื่นล้านบาท และ (4) งานรถไฟฟ้าสายสีส้มมูลค่า1.1 แสนล้านบาท นอกจากนั้นยังมีงานสนามบินสุวรณภูมิ เฟส 2 และงานอื่นๆ โดยรวมมีมูลค่างานราว 1.9 แสนล้านบาท ซึ่ง CK คาดหวังความสำเร็จจากงานประมูลราว 25% ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดีแม้ว่างานประมูลภาครัฐอาจมีความล่าช้า แต่งานเอกชน CK ยังคงดำเนินการต่อเนื่องและคาดหมายการเซ็นสัญญาจะเกิดขึ้นภายในปี คือ เขื่อนน้ำบาก ประเทศลาว มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาทช่วยหนุนงานในมือปัจจุบันที่ 8 หมื่นล้านบาทให้เพิ่มขึ้น

- 2H58 ผลประกอบการไม่มีรายการพิเศษหนุน สำหรับแนวโน้มผลประกอบการใน 2H58 กำไรสุทธิเราคาดว่าจะทำได้น้อยกว่า 1H58 เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษ จากการขายสินทรัพย์ อย่างไรก็ดีคาดว่ากำไรจากการดำเนินงาน Operating Profit จะทำได้ดีขึ้น มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นจากต้นทุนก่อสร้างที่ลดลง ขณะเดียวกันเริ่มมีการรับรู้รายได้โครงการใหม่บางส่วน ขณะที่บริษัทพยายามลดต้นทุนการเงินโดยการออกหุ้นกู้ในอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำกว่าต้นทุนเดิม

คำแนะนำ / เหตุผล

- คำแนะนำ“ซื้อ” เรามองว่าประเด็นบวกจากการรับงานใน 2H58 ยังคงเป็นความหวังต่องานในมือที่เพิ่มขึ้นของ CK โดยมีงานภาคเอกชนอื่นๆ เช่น งานเขื่อนน้ำบาก และโอกาสรับงานจาก BMCL ช่วยหนุน ซึ่งเราคาดว่าทั้งปี CK จะมีโอกาสรับงานได้ราว 2 หมื่นล้านบาทเป็นอย่างน้อย ซึ่งจะหนุนงานในมือจากปัจจุบันให้เพิ่มขึ้นมากกว่า 8 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันการควบรวม BMCL และ BECL ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไม่เกิน 4Q58 จะทำให้บริษัทมีศักยภาพในการรับงานในอนาคตระยะยาว โดยมีปัจจัยกดดันคือผลประกอบการใน2H58 ที่จะอ่อนตัวจาก 1H58 เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษ