คาด 2H58 เรทติ้งดี กำไรฟื้นตัว
แนวโน้มเรทติ้งดีต่อเนื่อง แต่คงเรทค่าโฆษณาเน้นเพิ่ม Utilization
จากข้อมูลล่าสุดพบว่าช่อง 8 ของ RS มีเรทติ้งดีขึ้นต่อเนื่อง และยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 4 ของช่องทีวีดิจิทัล เป็นรองเพียงช่อง 7 ช่อง 3 และ Workpoint TV โดยเรทติ้งปรับเพิ่มขึ้นจากเริ่มออกอากาศครั้งแรกในเดือน เม.ย.56 ที่ 0.17 เพิ่มเป็นเฉลี่ย 0.35 ใน 2Q58 และเพิ่มขึ้นเป็น 0.39 และ 0.50 ในเดือน ก.ค. และ ส.ค.58 ตามลำดับ แนวโน้มใน 2H58 เรทติ้งคาดยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น บริษัทมีแผนในการเพิ่ม ละครสำหรับเสาร์อาทิตย์และรายการวาไรตี้เพื่อเพิ่มเรทติ้ง อย่างไรก็ตามด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นชัดเจนทำให้บริษัทยังคงเรทค่าโฆษณาใน 2H58 ไว้คงเดิมที่ 2.5หมื่นต่อนาที และผลจากเรทติ้งที่ดีขึ้นคาดว่าจะช่วยให้ อัตราการเช่าโฆษณา (Utilization) คาดว่าจะเพิ่มจากเฉลี่ย 35% ในครึ่งปีแรก เป็น 60%
คาด 2H58 กำไรเติบโตดีขึ้นจากครึ่งปีแรก
ใน 2H58 เราคาดผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก นำโดยธุรกิจทีวีดิจิทัล นอกจากผลของฤดูกาลซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการมีการจัดสรรงบโฆษณามากขึ้น การที่เรทติ้งปรับตัวดีขึ้นในขณะที่บริษัทคงเรทค่าโฆษณาไว้คงเดิมจึงคาดว่าอัตราการเช่าโฆษณาจะเพิ่มขึ้น ด้านอัตรากำไรเราคาดคงเดิมซึ่งผลของยอดขายที่เพิ่มน่าจะชดเชยต้นทุนคอนเทนส์ที่เพิ่มขึ้น และไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากธุรกิจลาลิกาเสปน ภาพรวมปี 58 เราคาดเรทค่าโฆษณาจริงเฉลี่ยที่ 2.5 หมื่นบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อนราวเท่าตัว โดยเราคาดรายได้จากธุรกิจทีวีดิจิตอลทีวีในปีนี้จะเติบโต 40% เป็น 1.1 พันล้านบาท อิงสมมติฐาน Utilization rate ที่ 48% เราคงประมาณการยอดขายรวมปีนี้ที่ 3.7 พันล้านบาทลดลง 15%YoY จากฐานรายได้ที่สูงปีก่อน ซึ่งมีรายได้จากฟุตบอลโลกราว 873 ล้านบาท โดยประมาณการกำไรสุทธิในปีนี้ที่ 166 ล้านบาท ลดลง 55%YoY
มองหาโอกาสธุรกิจใหม่ หนุนการเติบโตระยะยาว
ระยะยาวบริษัทมองหาโอกาสธุรกิจใหม่ๆเพื่อเพิ่มรายได้ ล่าสุดเดือน ก.ค ที่ผ่านมาเริ่มออกอากาศช่อง “เพลินทีวี” เพื่อเจาะตลาดผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดว่าในปีแรกจะมีผลขาดทุนราว 3-5 ล้านบาท/เดือน คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 2ปี และมีแผนขยายธุรกิจอื่นๆอาศัยประโยชน์จากช่องทางจำหน่ายผ่านช่องทีวีของตัวเอง ทั้งช่อง 8 และช่องดาวเทียมช่อง 2 มีเรทติ้งสูง โดยเริ่มต้นด้วยธุรกิจเพื่อความงาม Beauty Product โดยตั้งเป้าว่าในระยะยาวสัดส่วนรายได้จะเพิ่มต่อเนื่องและขึ้นมาเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัท
คงคำแนะนำ“เก็งกำไร” คาดกำไรเริ่มฟื้นตัว แต่สัญญาณความเสี่ยงเริ่มมากขึ้น
เราคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” เรามองว่าผลประกอบการของบริษัทได้ผ่านช่วงที่แย่สุดไปแล้ว และใน 2H58 คาดกำไรจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง หลังจากอัตราการจองซื้อโฆษณาเริ่มปรับตัวดีขึ้นและคาดพลิกกลับมาเติบโตใน 2 ปีข้างหน้า (ปี 2559 - 2560) ซึ่งคาดกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 52% อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อประมาณการจากเศรษฐกิจที่อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดรวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศที่หากยืดเย้ออาจกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณา ในเบื้องต้นเราคงมูลค่าพื้นฐานปี 2558 ที่ 12.50 บาท อิงวิธี DCF (WACC 9.5%) ซึ่งมี Upside ราว 10% จากราคาปัจจุบัน






