วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังไปได้ไม่ไกล

เริ่มเก็บหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงแรง โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้บริเวณ 1350 เน้นหุ้นที่จะรายงานงบปีนี้ออกมาแข็งแกร่ง

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA :  ยังไปได้ไม่ไกล

เมื่อวานตลาดไทยเริ่มเห็นแรงซื้อกลับในกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิด อย่างเช่น แบงก์และสื่อสาร สำหรับวันนี้แนวโน้มตลาดยังคงอยู่ในช่วงขาลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบย่อลงแรงเมื่อคืนนี้ ต่ำสุดในรอบ 6 ปีครึ่ง จากความกังวลเรื่องการเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC ประกอบกับนักลงทุนกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แต่โดยรวมตลาดน่าจะทรงตัวเหนือ 1360 ในช่วงนี้ เนื่องจากความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้าเริ่มลดลงอย่างชัดเจนจากผลการประชุมเมื่อคืนที่ยืนยันว่าค่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเกินไปที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย เรายังคงแนะนำนักลงทุนเลือกซื้อเก็บหุ้นเป็นรายตัวบริเวณ 1350-1370 จุด

แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1390 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : เริ่มเก็บหุ้นเมื่อดัชนีย่อลงแรง โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้บริเวณ 1350 เน้นหุ้นที่จะรายงานงบปีนี้ออกมาแข็งแกร่ง และเน้นปันผลสูงกับ defensive เป็นหลัก

นักลงทุนระยะสั้น : KTB (21.50), NUSA (1.25)

KTB (21.50) ปันผลสูง พื้นฐานดี เป็นหนึ่งใน top pick ของกลุ่ม (พร้อมกับ KBANK) โดย KTB มีแผนเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมและปล่อยกู้ให้ภาคเอกชนและ SME มากขึ้น ซึ่งมี Margin สูงกว่าภาครัฐบาลประกอบกับ Q2 ก็ตั้งสำรองไปเยอะแล้วจึงมีความจำเป็นน้อยใน Q3 Q4 ที่ต้องตั้งสำรองเพื่อคุม NPL บวกกับการที่ภาครัฐถือหุ้น KTB อยู่ 55% ก็ทำให้มีโอกาสรับงานรัฐอีกมากในอนาคต

NUSA (1.25) เราคาดกำไรจะโตได้สูงปีนี้ ประกอบกับราคาปัจจุบันต่ำกว่าบุ๊ค คือแค่ 0.9 เท่า P/B แถมมี Land bank ซึ่งมีต้นทุนน้อยมาก บวกกับโครงการ NUSA ONE และอีกหลายโครงการในธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทในระยะยาว และในครึ่งปีหลังนี้แนวโน้มการโอนโครงการจะมีเข้ามากกว่าครึ่งปีแรกอีกด้วย หลังจากครึ่งปีแรกคอนโดขายดีจนเกินเป้าแล้วครับผม

นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), BDMS (25.50)

ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%

BDMS (25.50) ยังคงแนะนำซื้ออยู่ โดยขณะนี้ BDMS มี upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงกว่า 30% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC และเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 7 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงและมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี




ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ

+ "ท่องเที่ยว" ประกบตลาดจีน "กอบกาญจน์" เตรียมขอพบประธานองค์การส่งเสริม การท่องเที่ยวแห่งชาติจีน ต้น ก.ย.นี้ เรียกเชื่อมั่น ยันมาตรการรักษาความปลอดภัย ดูแลนักท่องเที่ยวจีนเข้ม ด้าน สนง.ท่องเที่ยวจีนในสิงคโปร์ ดอดพบ ททท. ขอคำยืนยันมาตรการรักษาความปลอดภัย ขณะตลาดไมซ์พอใจ ประชุมระดับโลกยืนยันจัดงานในกรุงเทพฯ ตามกำหนดเดิม

+ "สมคิด" เตรียมเดินสายฟื้นความเชื่อมั่นเดินหน้าทันทีหลังโปรดเกล้าฯ เร่งแจงต่างประเทศถึงสถานการณ์ในไทย ด้านนายกฯตัดสินใจเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจยกชุด หวังช่วยฟื้นเศรษฐกิจ พร้อมส่ง "อำพน" ถก "ปรีดิยาธร" นั่งที่ปรึกษาฯ ขณะเอกชนหวังทีมใหม่ ออกมาตรการกระตุ้น และฟื้นส่งออก

- ธุรกิจเดินเรืออ่วม ปริมาณสินค้าลดตามการส่งออกชะลอทั่วโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนไม่ฟื้นตัว กระทบส่งออกทั่วอาเซียน ปรับตัวลดต้นทุน "รวมขนส่ง" เส้นทางเดียวกันลดจำนวนเที่ยวมาไทย หันมาแข่งตัดราคาค่าระวางเรือ 20-30% ขณะธุรกิจโลจิสติกส์ หันหาบริการเขตปลอดอากร - บริหารแวร์เฮาส์ ชดเชยรายได้

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,348.73 จุด ร่วงลง 162.61 จุด หรือ -0.93%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน

- ดัชนี FTSE 100 ลดลง 122.84 จุด หรือ 1.88% ปิดที่ 6,403.45 จุด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) เนื่องจากแรงเทขายในตลาดหุ้นของประเทศตลาดเกิดใหม่ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุน

- ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 331.84 จุด หรือ 1.61% ปิดที่ 20,222.63 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน หลังจากตลาดหุ้นจีนร่วงลงอย่างหนักเป็นวันที่สองในวันนี้

- สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ย.ร่วงลง 1.82 ดอลลาร์ ปิดที่ 40.8 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (19 ส.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว