วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

IRPC - ขาย

แนวโน้มกำไร 3Q58 อ่อนตัว

ค่าการกลั่น 3Q58 อ่อนตัว

ค่าการกลั่นเริ่มอ่อนตัว หลังจากได้รับผลกระทบจาก (1) ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลที่ลดลงตามฤดูกาล (2) กำลังกลั่นที่ทยอยเริ่มผลิตตั้งแต่ต้นปี เริ่มมารับรู้เต็มตั้งแต่ 3Q58 และ (3) อุปทานส่วนเกินของน้ำมันดีเซล ซึ่งได้รับผลกระทบจาก Demand ที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของกำลังกลั่นใหม่ เป็นโรงกลั่นที่มีกำลังกลั่นน้ำมันดีเซลสูง ขณะที่ยังมีกำลังกลั่นใหม่จะเริ่มผลิตในช่วงปลาย 3Q58 รวมไปถึงการกลับมาผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของค่าการกลั่นในช่วงปลายปี ขณะที่ปัจจุบันค่าการกลั่นสิงค์โปร์ 3Q58QTD อยู่ที่ 6 เหรียญต่อบาร์เรล ลดลง 27%QoQ

คาดกำไร 3Q58 อ่อนตัว จากราคาน้ำมันดิบที่ผันผวน

ค่าการกลั่นสิงค์โปร์ที่ปรับลดลงกว่า 27%QoQ อาจกระทบค่าการกลั่นรวมของ IRPC ไม่มากเนื่องจากความได้เปรียบทางด้านต้นทุนโดยเฉพาะน้ำมันดิบประเภท Light crude ที่มีราคาอ้างอิงราคาน้ำมันดิบ Brent มีค่า Premium ที่ลดลงเมื่อเทียบกับ 2Q58 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนน้ำมันดิบเข้ากลั่นปรับลดลง รวมไปถึงรายการพิเศษจากการรับรู้เงินประกันเหตุเพลิงไหม้หน่วย DCC ปีที่ผ่านมา ประมาณ 900 ล้านบาท แต่เราเชื่อว่าไม่เพียงพอชดเชย Stock Loss ที่เกิดขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง ขณะที่แนวโน้มราคาน้ำมันยังคงถูกกดดันจากอุปทานส่วนเกิน โดยเฉพาะจากกลุ่ม OPEC ที่ยังคงกำลังผลิตน้ำมันในระดับสูง ขณะที่การประชุม OPEC รอบต่อไปจะเกิดขึ้นในช่วง ธ.ค. 58 ทำให้เราเชื่อว่าปัจจัยลบดังกล่าวจะยังคงกดดันการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน

โครงการ UHV จะลดความผันผวนของผลประกอบการ

จากการเข้าฟังผู้บริหารในงาน Analyst Meeting ล่าสุด เกี่ยวกับโครงการ UHV ปัจจุบันคืบหน้าไปกว่า 96% และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ตั้งแต่ 4Q58 ได้ตามแผน เราคาดว่าผลประกอบการของ IRPC จะได้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวชัดเจนในปี 2559 โครงการดังกล่าวจะทำให้ IRPC สามารถลดสัดส่วนการผลิตน้ำมันเตา (ต่ำกว่าทุน) และเพิ่มสัดส่วนการผลิต Propylene ที่มีราคาสูงกว่า นอกจากนี้เมื่อโครงการดังกล่าวเริ่มผลิตจะทำให้ IRPC มีความยืดหยุ่นในการเลือกน้ำมันดิบเข้ากลั่น รวมไปถึงความสามารถในใช้กำลังกลั่นที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยหนุนกำไรปกติปี 59 เติบโต นอกจากนี้บริษัทยังคงแผนขยายกำลังผลิต PP อีก 1.6 แสนตันต่อปี และโครงการ PP Compound อีก 1.4 แสนตันต่อปี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ Propylene ที่ได้จากโครงการ UHV โดยโครงการดังกล่าวจะเริ่มผลิตในปี 2560

คงมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจในระยะสั้น

ราคาหุ้นปรับลดลงกว่า 10% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เราเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นการสะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มผลประกอบการ 2H58 ขณะที่เรายังคงมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในช่วงที่เหลือของปี ทำให้หุ้นในกลุ่มดังกล่าวขาดปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในระยะสั้น แม้เราจะชอบโครงการ UHV แต่จะยังไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ 2H58 ขณะที่ปัจจุบันราคาหุ้นเต็มมูลค่าเชิงพื้นฐานที่เราประเมินไว้ที่ 3.8 บาท ทำให้เรายังคงแนะนำ “ขาย”