วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผันผวนกรอบ 1380-1440 จุด

ขึ้นขาย-ลงซื้อ โดยจุดซื้อคืนอยู่ที่บริเวณ 1380/1390 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1425/1440 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ ผันผวน กรอบ 1380-1440 จุด วันนี้ ไทรประกาศจีดีพี 2Q58 แนะนำ ขึ้นขาย ลงซื้อ (รอซื้อบริเวณ 1390/1380 จุด)

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ผันผวน กรอบ 1380-1440 จุด คาดแรงหนุน มาจากแรงขายต่างชาติชะลอลง หลังความเสี่ยงของค่าเงินหยวนอ่อนค่าจะเริ่มมีจำกัด และแรงซื้อเก็งกำไรของนักลงทุนในประเทศ เพื่อลุ้นข่าวปรับครม. ส่วนความเสี่ยงคือ โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเดือน ก.ย. มีความเป็นไปได้สูงขึ้น หลังสหรัฐรายงานตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาด รวมถึงราคาน้ำมันดิบที่ยังปรับตัวลงต่อเนื่อง

กลยุทธ์ แนะนำ ขึ้นขาย-ลงซื้อ โดยจุดซื้อคืนอยู่ที่บริเวณ 1380/1390 จุด ส่วนแนวต้านขายทำกำไรอยู่ที่ 1425/1440 จุด หุ้นแนะนำ 1) หุ้นมี Upward Revision w-w ได้แก่ JMART IVL TRC COL BH 2) หุ้นปันผลสูงระหว่างกาล QH INTUCH LPN SPALI AUCT PTTGC

ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้

1) รายงานเศรษฐกิจสำคัญ สัปดาห์นี้ จับตา

     1.1 รายงานผลการประชุมเฟดวันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการวันที่ 20 ส.ค. เพื่อประเมินมุมมองของเฟดต่อทิศทางเศรษฐกิจ / อัตราเงินเฟ้อ / ภาวะการจ้างงาน ก่อนนำมาคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะพิจารณาขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.มีมากน้อยเพียงใด

     1.2 Greece -เจ้าหนี้ยูโรโซนมีมติเมื่อวันศุกร์ อนุมัติให้เงินช่วยเหลือ 8.6 หมื่นล้านยูโร ตลอดช่วง 3 ปีข้างหน้า ผ่านกลไกกองทุนรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) หลังจากรัฐสภากรีซมีมติเห็นชอบแผนปฎิรูป โดยจะมีการจ่ายเงินงวดแรกให้ 2.6 หมื่นล้านยูโร แบ่งเป็น จำนวน 1 หมื่นล้านยูโร จะนำไปช่วยการเพิ่มทุนของแบงก์กรีซ และอีก 1.6 หมื่นล้านยูโร แบ่งจ่ายเป็นงวดๆ โดยจะเริ่มเบิกจ่ายได้ 1.3 หมื่นล้านยูโรภายในวันที่ 20 ส.ค. และการเบิกจ่ายที่เหลือในช่วงฤดุใบไม้ร่วง

     1.3 รายงานบ้านสหรัฐฯ- Housing Starts สหรัฐฯ กค คาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่ Existing Home Sales ก.ค. คาดชะลอตัวลง หลังจากสร้างสถิติสูงสุดรอบ 8 ปีในเดือนมิ.ย. โดยยอดขายบ้านที่ดีขึ้นเป็นผลจากการจ้างงานที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่อัตรากู้ยืมอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์

2) ไทย จะประกาศ 2Q58F GDP วันจันทร์ที่ 17 สค. ผลสำรวจรอยเตอร์ 14 นักเศรษฐศาสตร์ (รวมถึง KT ZMICO) คาด+0.2%q-q (Vs 1Q58 +0.3%q-q 2Q57 +0.9%q-q) และเมื่อเทียบรายปี +2.8%y-y (Vs 1Q58 +3%y-y) เราประเมินว่า โอกาสที่ กนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ลง 25 bps ในช่วงที่เหลือของปีนี้มีโอกาสนน้อยลง หลังจากค่าเงินบาท ได้อ่อนค่ารับประเด็นเรื่องเฟดและหยวนอ่อนค่าไประดับหนึ่งแล้ว

3) +การเมือง : ข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะมีอิทธิพลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย บนการคาดว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่

4) +Yuan Effect : การอ่อนค่าของหยวนจากนี้ไป คาดว่าจะมีจำกัด (เปลี่ยนแปลงตามปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ และอุปสงค์-อุปทานในตลาด) หลังจาก PBOC ประกาศยืนยันว่า การปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา (ลดลง 3 ครั้งระหว่าง 11-13 ส.ค. จาก 6.3149 หยวน/ดอลล์ ไปแตะระดับสูงสุดที่ 6.4374 หยวน/ดอลล์ก่อนปิดที่ 6.39 หยวน/ดอลล์ ในวันที่ 14 ส.ค.) เป็นการปรับค่ากลางไห้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ก่อนที่อาจจะเข้าไปรวมใน SDR ของ IMF อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงคาดว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จีน อาจจะเลือกปรับลดค่าเงินหยวนลงอีกในอนาคต เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หากแนวโน้มการส่งออกไม่ฟื้นตัว เนื่องจากเป็นมาตรการสุดท้ายหลังจากออกมาตรการภาษี ดอกเบี้ย ฯลฯ ไปแล้วล่วงหน้า


5) +/-2Q58F Earnings outlook  : ทุกบริษัทจดทะเบียน จะประกาศงบการเงินในสัปดาห์นี้ และคาดว่าการประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล จะเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้นชั่วคราว

6) ราคาน้ำมันดิบ - สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ปรับเพิ่มคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกปีนี้ขึ้นเป็น 1.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นการขยายตัวมากที่สุดในรอบ 5 ปี จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และราคา น้ำมันที่ลดลงช่วยเร่งความต้องการใช้น้ำมัน

สัญญาณทางเทคนิค คาดดัชนีฯสัปดาห์นี้จะแกว่งตัว ในกรอบ Fibonanci 1378-1440 จุด โดยอยู่ระหว่างการทดสอบแนวต้านสำคัญ 1420/1428 จุด ซึ่งเป็นสัดส่วน ½ และ 2/3 ของกรอบ ขณะที่เครื่องมื่อชี้นำอื่นๆ อาทิ Slow Stochastic, RSI ยังไม่มีสัญญาณชัดเจน ส่งผลให้โอกาสที่ดัชนีฯจะปรับฐานต่อเนื่อง หากดัชนีฯไม่
สามารถยืนเหนือระดับ 1428 จุดขึ้นไปได้