วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PS - ซื้อ

กำไรครึ่งปี 58 โต 4% และยังคงประมาณการกำไรทั้งปีตามเดิม

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กำไร 2Q58 ปรับดีขึ้นจากระดับต่ำสุดในไตรมาสแรก : ผลประกอบการในช่วง 2Q58 ที่ 2,166 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 143%QoQ จากไตรมาสแรกที่เป็นจุดต่ำสุดสำหรับปี และเพิ่มขึ้น 16%YoY จากการโอนคอนโดมิเนียมที่เริ่มโอน 5 โครงการในไตรมาสนี้ ทำให้รายได้ใน 2Q58 ที่ระดับ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 30%YoY และ 69%QoQ 1H58 มีกำไร 3,058 ล้านบาทเพิ่มขึ้นเพียง 4% มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงเหลือ 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เท่ากับ 36.6% ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายลดลงเหลือ 15.9% ใน 1H58 จาก 16.4% ใน 1H57 และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงมากถึง 59% จากปีก่อน

- คงประมาณการกำไรปี 58 ตามเดิมซึ่งเติบโต 5% : กำไรในช่วงครึ่งแรกปี 58 คิดเป็น 44% ของประมาณการทั้งปีที่ 7 พันล้านบาท ขณะที่ปลาย 2Q58 มียอดขายรอโอน (backlog) 3.6 หมื่นล้านบาทซึ่งมีกำหนดโอนภายในปีนี้ประมาณ 2.05 หมื่นล้านบาท ประกอบกับระยะเวลาจากวันจองถึงวันโอน (business cycle) สั้นลงอีกจาก 85 วันเหลือเพียง 83 วันทำให้การขายใหม่สามารถรับรู้รายได้ได้เร็ว ฝ่ายวิจัยจึงคงประมาณการรายได้ที่ 4.7 หมื่นล้านบาทตามเดิมซึ่งใกล้เคียงกับเป้าของผู้บริหารมี backlog รองรับแล้ว 91% และคงประมาณการกำไรสุทธิปี 58 ตามเดิมที่ 7 พันล้านบาท ซึ่งเติบโต 5% โดยมีความเสี่ยงในเรื่องอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลงมากกว่าสมมติฐานที่ระดับ 35% สำหรับแนวโน้มผลประกอบการใน Q3 คงจะเติบโตไม่มากนักจาก Q2 แต่คาดจะทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสใน Q4 จากที่มีกำหนดเริ่มโอนคอนโดมิเนียม 5 โครงการมูลค่ารวม 1.25 หมื่นล้านบาท 

- ยอดขาย Presale มีแนวโน้มใกล้เคียงตามเป้า : 1H58 เปิดขายโครงการใหม่รวม 28 โครงการมูลค่ารวม 2.5 หมื่นล้านบาทมียอดขาย presale เกือบ 2.4 หมื่นล้านบาทเติบโต 34% โดยคิดเป็น 51% ของเป้าทั้งปีที่ 4.7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ผู้บริหารยังคงแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งปี 70-75 โครงการมูลค่าโครงการรวม 5.5-6.1 หมื่นล้านบาทโดยยังเน้นเปิดขายโครงการใหม่ในกทม. โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมซึ่งยังมีดีมานด์รองรับ ทำให้เป้าทั้งปีมีโอกาสทำได้ไม่ยาก

- คงคำแนะนำ“ซื้อ” ราคาเหมาะสม 35 บาท : ราคาเหมาะสมซึ่งคำนวณด้วยวิธี Prospect PER ที่ระดับ 11 เท่าได้เท่ากับ 35 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด ภาพรวมของหุ้นกลุ่มที่อยู่อาศัยที่มีปัจจัยลบในเรื่องผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นและแบงก์พาณิชย์เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อกดดันราคาหุ้นซึ่งปัจจุบันซื้อขายที่ PER ต่ำเพียง 7.7 เท่า ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”