วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังยืนเหนือ 1,400 จุดได้

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (6-12 ส.ค. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวลง โดย DJIA -0.8%, DAX -6.1%, CAC ฝรั่งเศส -5.2% และ FTSE -2.7% จากความกังวลหลังจีนลดค่าเงินหยวน สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนชะลอตัวและอาจส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ของจีนเนื่องจากจะส่งผลให้สินค้าจากยุโรปแพงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าประเภท Luxury

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (6-12 ส.ค. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 5.2% แรงเก็งกำไรต่อการเร่งควบรวมกิจการรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล และเมื่อตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศในสัปดาห์ที่ผ่านมาออกมาเชิงลบต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นยอดส่งออก, ยอดสินเชื่อ, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีก ทำให้ธนาคารกลางจีนประกาศลดค่าเงินหยวนกลางอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นแกว่งตัวผันผวนมากขึ้น

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (6-11 ส.ค. 2558)

SET INDEX เข้าสู่สัปดาห์ของการขึ้นเครื่องหมาย XD ของหุ้นหลักไม่ว่าจะเป็น SCC, SCCC และ ADVANC นอกจากนี้เมื่อจีนประกาศขยายแบนด์การซื้อขายเงินหยวน 1.9% ทำให้เงินบาทอ่อนเทียบกับดอลลาร์ ค่อนข้างเร็ว หุ้นหลักอย่าง AOT ถูกแรงขาย กดดัน SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,408.32 จุด ลดลง 28.04 จุด หรือ -1.95% ณ วันที่ 11 ส.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (14-20 ส.ค. 2558)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 19 แม้ว่า SET INDEX ปรับฐานหลุดแนว 1,400 จุด ลงทดสอบแนวรับสำคัญ 1,380 จุดในวันที่ 13 ส.ค. หลังธนาคารกลางจีนได้ประกาศปรับลดค่าเงินหยวนเทียบดอลลาร์ ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. ทำให้เกิดความผันผวนของค่าเงินและการเคลื่อนย้ายเงินทุนในแต่ละประเภทของสินทรัพย์ทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทย อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่ลดลงสู่แนว US$42-45/barrel สำหรับน้ำมันดิบล่วงหน้า NYMEX ยิ่งกดดันราคาหุ้นในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง PTT

เราประเมินว่า ภาวะการลงทุนทั่วโลกจะกลับมาทรงตัวดีขึ้น ก็ต่อเมื่อ ธนาคารกลางจีนหยุดการปรับค่าเงินหยวน เพื่อให้ราคาสินทรัพย์ในแต่ละประเภทปรับตัวให้สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง ขณะที่ปัจจัยดังกล่าว กลับมีผลกระทบจำกัดต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย และความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนตลาดหุ้นไทย ณ ระดับ SET INDEX บริเวณ 1,380-1,390 จุด ให้ Valuation ในแง่ของ PER และ P/BV ที่น่าสนใจในแง่ของ Bottom Fishing รวมถึงภาพรวมของกำไรบริษัทจดทะเบียนใน 2Q58 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและใกล้เคียงคาดเช่นกัน

ดังนั้น ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้าที่เราให้น้ำหนักต่อระดับการฟื้นตัวของ SET INDEX ได้แก่

      - การประกาศ GDP ใน 2Q58 ของประเทศไทยวันจันทร์ที่ 17 ส.ค. ณ ปัจจุบัน Bloomberg consensus คาด +2.9% yoy เทียบกับ 1Q58 ที่ 3.0% yoy

      - ติดตามการปรับคณะรัฐมนตรี หลังเสร็จสิ้นงานสำคัญ Bike for Mom ในวันที่ 16 ส.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งสำคัญทางเศรษฐกิจ

      - และติดตามการปรับค่าเงินหยวนของธนาคารกลางจีน ว่าจะชะลอ/ยุติการอ่อนค่า เมื่อใด

ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนำ “เลือกเก็งกำไรเป็นรายตัว” เน้นการเก็งกำไรเป็นรายตัวที่แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2H58 จะยังเห็นการเติบโตโดดเด่น หลีกเลี่ยงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมัน ออกไปชั่วคราว

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า  ได้แก่

1. ติดตามการประกาศปรับดัชนี MSCI ในเช้าวันที่ 14 ส.ค.

2. ติดตามการประชุม ครม. วันที่ 18 ส.ค. อาจมีการพิจารณาแผนการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มเติม

3. ติดตามรายงานการประชุมเฟดของวันที่ 28-29 ก.ค. ซึ่งจะเปิดเผยในวันที่ 20 ส.ค.

4. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต-บริการ ของอียู/อัตราเงินเฟ้อ อังกฤษ/อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ/ภาวะตลาดบ้าน ของจีน/GDP ใน 2Q58 ญี่ปุ่น

                            ------------------------------