‘เจน3-สามมิตร ปรับทัพใหญ่’บิ๊กดรีม เบอร์1หลังคาปิกอัพโลก

‘เจน3-สามมิตร ปรับทัพใหญ่’บิ๊กดรีม เบอร์1หลังคาปิกอัพโลก

ผ่านวิกฤติต้มยำกุ้งขยายอาณาจักร สลัดภาพ ‘แฟมิลี่ บิสสิเนส’ เปิดทางคนนอกนั่งซีอีโอ แต่งตัวเข้าตลาดฯบุกโลก บิ๊กดรีมสามมิตรเจน3

หลังประกาศเป้าหมายใหญ่พาแบรนด์ “SMM” สู่โกลบอลแบรนด์เมื่อปี 2555 ทายาทรุ่น 3 ตระกูล “โพธิ์ศิริสุข” ภายใต้ชายคา “สามมิตร” ดูจะรุกหนักขึ้น หนักขึ้น เพื่อทะยานสู่เป้าหมาย

ล่าสุด กับการเปิดตัวหลังคารถปิกอัพแบรนด์สัญชาติไทย “TL1”  ที่มีความหมายง่ายๆตรงตัวคือ “ไทยแลนด์ นัมเบอร์ วัน”  หวังปั้นชื่อให้กระฉ่อนทั่วโลก ไต่ “เบอร์ 1” หลังคาปิกอัพโลก ให้ได้ภายในปี 2563 หรือภายในอีก 5 จากนี้

พันธกิจใหญ่ ทายาทรุ่น 3

สองพี่น้อง “ยงยุทธ โพธิ์ศิริสุข” กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ “รัตนา สถิรมน” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจต่างประเทศ บริษัท สามมิตรมอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SMM ปรากฎกายพร้อมกันในงานแถลงข่าว พร้อมกับตอบคำถามว่า เหตุใดรุ่น 3 เช่นพวกเขามองการณ์ไกลไปตลาดโลก          

“เจนฯ 1 เป็นช่วงที่ตั้งธุรกิจต้องไข่ให้อยู่รอด พอช่วงที่ 2 รุ่นพ่อ (ดร.เชาว์ โพธิ์ศิริสุข ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร SMM) ต้องทำให้เติบโต พอรุ่น 3 เริ่มอิ่มตัว เราเลยต้องแตกไปที่โกลบอล ไม่เช่นนั้น เมื่อธุรกิจอิ่มตัวแล้วไม่ทำอะไร มันก็จะค่อยๆลดและตกลง” คำบอกเล่าของ “ยงยุทธ” บุตรชายคนโต และทายาทอันดับแรก           

เมื่อจะไประดับโลก ทายาทเลยมีภารกิจล้นมือ และที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือการปรับ “โครงสร้างองค์กร” ครั้งใหม่ และใหญ่ ในรอบ 5 ทศวรรษ                

ยงยุทธ ฉายภาพต่อว่า จากนี้ไปคือการสลัดภาพของ “ธุรกิจครอบครัว” ด้วยการเริ่มจัดองคาพยพใหม่ผนึกทุกบริษัทมาอยู่ “ใต้อาณาจักรเดียวกัน” เป็น “เอสเอ็มเอ็ม โฮลดิ้ง” มองภาพธุรกิจและบริหารเป็นภาพเดียวกันทั้งกลุ่ม ข้างในโครงสร้างใหม่จะมีบอร์ด (คณะกรรมการบริษัท) ของโฮลดิ้งร่วมกันทำงาน 

ที่สำคัญโครงสร้างดังกล่าว เปิดทางให้ “คนนอก” เข้ามากุมบังเหียนนั่งเก้าอี้ “ซีอีโอกลุ่ม” (Group CEO)               

ทว่า สูงสุดเหนือโฮลดิ้งส์ขึ้นไป กลับยังมี “Family Holding” มาคลุม “โฮลดิ้งส์” ไว้อีกชั้นหนึ่ง     

ถามว่า โพธิ์ศิริสุข โฮลดิ้ง ใช่ไหม? เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากยงยุทธ                

ต่อข้อสงสัยที่ว่า ..การปรับโครงสร้างการบริหาร หากทายาทยังมีบทบาทเข้าไปนั่งทำงาน อาจเกิดความ “ซ้ำซ้อนในการบริหาร” ที่สำคัญยังไม่อาจสลัดภาพ “ธุรกิจครอบครัว” ออกไปได้       

ประเด็นนี้ เขารีบแจงว่า “อำนาจการตัดสินใจของเอสเอ็มเอ็ม โฮลดิ้ง มองในแง่บริหารงาน การตัดสินใจก็ใช้บอร์ดของโฮลดิ้ง และแฟมิลี่ โฮลดิ้ง 2 ส่วน ซึ่งถ้าเราไประดับอินเตอร์ อย่างที่บอก ตัวโฮลดิ้งเองก็พยายามตั้งคนข้างนอกเข้ามาทำงาน ประธานบอร์ดก็เป็นคนละคน (เอสเอ็มเอ็มโฮลดิ้ง กับ แฟมิลี่ โฮลดิ้ง) และอนาคตก็ต้องพยายามสร้างระบบ การปรับโครงสร้างทั้งภายในและภายนอกต้องใช้เวลา”               

แล้ว “ใครกัน”  ที่จะมานั่งตำแหน่งกุมบังเหียนในตำแหน่งสำคัญของกลุ่ม เจ้าตัวหลุดปากเอ่ยชื่อออกมาเบาๆ คือ “ผู้ช่วยศ. ร.อ. นายแพทย์ ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์”  ผู้คว่ำหวอดแวดวงการเงิน เคยเป็นผู้บริหารอยู่องค์กรยักษ์มากมาย ทั้งแกรมมี่, เซ็นทรัลพัฒนา (ซีพีเอ็น) , ธนาคารธนชาต    

โดย “สุมาส” เพิ่งเข้ามาทำงานที่สามมิตรได้ 1 เดือนเศษเท่านั้น         

ขณะที่ 3 เสาหลักธุรกิจยังคงดูแลโดยทายาท ประกอบด้วย บมจ.สามมิตรแมนูแฟคเจอริง ยงยุทธ จะเป็นผู้ดูแล ,บ.สามมิตรโอโต้พาร์ท จำกัด ลูกสาวคนรอง “มณีรัตน์ โพธิ์ศิริสุข” ดูแล และบ.สามมิตร กรีนพาวเวอร์ จำกัด ทายาทคนที่ 3 “สุรยุทธ์ โพธิ์ศิริสุข” ทำหน้าที่ขับเคลื่อน   

พร้อมกันนี้ ยังแบ่งโครงสร้างธุรกิจเป็น “ต้นน้ำ-กลางน้ำ -ปลายน้ำ” 

โดยบริษัทและโรงงานในจีนภายใต้บริษัท ฉางชุนสามมิตรมอเตอร์ จำกัด จะเป็นกิจการ“ต้นน้ำ” ขณะที่ฐานผลิตในไทยจะเป็น“กลางน้ำ” และSammitr (Australia) Pty. Ltd. ในออสเตรเลีย จะเป็นกิจการ“ปลายน้ำ” ทำหน้าที่ดูแลและขยายตลาดไปยังต่างประเทศทั่วโลก ในอนาคต การรุกตลาดต่างประเทศ ที่ทายาทลำดับที่ 4 “รัตนา สถิรมน” ดูแลอยู่ ก็จะถูกยกระดับเป็น "สามมิตรอินเตอร์เนชั่นแนล " สวมบทบาทเป็นบริษัท “เทรดดิ้ง-ลงทุน” ในไทยและทั่วโลก

การปรับโครงสร้างองค์กรครั้งนี้ ยังพ่วงด้วย การแต่งตัวให้พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในปีหน้า เพราะหากโกอินเตอร์ จำเป็นต้องมีความน่าเชื่อถือ และต้องการเงินระดมทุนเพื่อขยายอาณาจักร

“เป็นความภาคภูมิใจที่จะเอาแบรนด์ไทยขยายสู่ตลาดโลก สิ่งหนึ่งและหัวใจสำคัญก่อนที่เราจะเข้าชกในตลาดโลก จะต้องฝึกซ้อม ฝึกฝนหาความรู้เพิ่มเติม ซึ่งโชคดีที่เรามีพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ ด้านวิศวกรรมและการผลิต” รัตนาเล่าถึงการเตรียมพร้อมรุกตลาดหลังคารถปิกอัพ 

นี่ไม่ใช่โจทย์ยากสำหรับทายาทรุ่น 3 เธอมองเป็น "ความท้าทาย" มากกว่า เพราะหากเทียบทั้งโลก ตลาดหลังคารถปิกอัพมีมูลค่าเชิงปริมาณหลักหมื่นหลังต่อดือนเท่านั้น (เก็บข้อมูล 32 ประเทศทั่วโลก) ขณะที่สเกล TL1 จะก้าวไปให้ถึง “เบอร์ 1” ในปี 2563 

ด้วยยอดผลิต 5,000 หลังต่อเดือนจากปัจจุบัน 2,500 หลังต่อเดือน

การไปถึงจุดนั้นสิ่งสำคัญยกให้ “คุณภาพสินค้าที่ดี” การันตีว่าสินค้าจะอยู่คู่กับผู้ใช้รถตลอดอายุการใช้งาน หากมีผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง คุ้มค่าการใช้งานและเงินของลูกค้า เกิดความ “เชื่อถือ”( Trust) ยิ่งเพิ่มแต้มต่อให้

ปัจจุบันสามมิตรเตรียมเดินสายโชว์ตัวในงานมหกรรมยานยนต์ของแต่ละชาติ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย รัสเซีย เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ และยังผนึกกับโตโยต้าทูโช เพื่ออาศัยเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกในการขยายตลาดหลังคารถปิกอัพ ซึ่งในอนาคคตจะพึ่งพาเพื่อลงทุนโรงงานผลิตหลังคารถปิกอัพในอาฟริกาใต้ ส่งเข้าตลาดยุโรป และตั้งโรงงานประกอบในออสเตรเลีย

ร่วมลุ้นเป้าหมายไปกับฝันใหญ่ของตระกูลนี้  อีกบริษัทไทย ในหน้าประวัติศาสตร์การค้าโลก