วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BCP - ซื้อ

BCP แจ้งกำไรสุทธิ 2Q58 เติบโตกว่าเท่าตัว

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- รายงานกำไรสุทธิ 2Q58 ที่ 2.8 พันล้านบาท +165%QoQ, +122%YoY : BCP รายงานกำไร 2Q58 ที่ 2,794 ล้านบาทสูงกว่าที่เราประมาณการไว้ 14% โดยธุรกิจโรงกลั่นยังเป็นดาวเด่นหนุนกำไรของบริษัท โรงกลั่นใช้กำลังการกลั่นที่ระดับ 111.9 พันบาร์เรลต่อวัน (KBD) หรือคิดเป็นอัตรากำลังการผลิต 93% ซึ่งถือเป็นค่าเฉลี่ยสูงสุดของบริษัท ขณะที่ค่าการกลั่นอยู่ที่ 10.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้รับผลบวกจาก Spread น้ำมันอากาศยาน (Jet oil) และ Spread น้ำมันดีเซลที่ทรงตัวในระดับสูง อีกทั้งมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบ 457 ล้านบาทหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นในไตรมาส 2 กว่า 9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ธุรกิจการตลาดมีปริมาณการจำหน่ายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 1,404 ล้านลิตรมาจากความต้องการอุปโภคที่เพิ่มขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับต้นปี 58โดยสามารถรักษาค่าการตลาดไว้ที่ระดับ 0.69 บาท/ลิตรปรับตัวลงเล็กน้อยจากไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มีกำลังการผลิต 118 MW สร้างรายได้และกำไรได้ดีขึ้นเนื่องจากความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจผลิตและสำรวจมีรายได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัท Nido Petroleum(BCP ถือหุ้น 81.41%) ได้เพิ่มสัดส่วนในการถือครองแหล่งน้ำมันดิบ Galoc จาก 22.88% เป็น 55.88% ทำให้รับรู้กำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้น

- แนวโน้มราคาน้ำมันและค่าการกลั่นไตรมาส 3 ลดลงเมื่อเทียบกับ 1H : ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงจากช่วงต้นไตรมาส 3 แล้วกว่า 22% จากแรงกดดันของเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นหลังมีคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ อีกทั้งความต้องการอุปโภคน้ำมันจากจีนชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ฝั่งอุปทานกลุ่มโอเปคได้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดคอยกดดันต่อราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติม ด้านค่าการกลั่น Spread น้ำมันอากาศยาน(Jet oil) Spread น้ำมันดีเซล และ Spread น้ำมันเตา(Fuel Oil) ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 3 มีเพียง Spread ของน้ำมันเบนซินที่ทรงตัว จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าค่าการกลั่นในไตรมาส 3 อยู่ในช่วง 4-6 ดอลลาร์ เป็นปัจจัยกดดันต่อกำไรของธุรกิจโรงกลั่นในช่วงไตรมาส 3 หากราคาน้ำมันดูไบไม่ปรับตัวขึ้นเหนือ 61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงปลายไตรมาส 3 จะทำให้ BCP มีการบันทึกขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อกำไรของธุรกิจโรงกลั่นเพิ่มเติม

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้าปี 58 : 37.80 บาท : แม้ว่ากำไรใน 1H58 จะคิดเป็น 77% ของประมาณการ แต่ในไตรมาส 3 คาดว่าค่าการกลั่นมีแนวโน้มปรับตัวลงโดยล่าสุดปรับตัวลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งจากไตรมาส 2 อีกทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงส่งผลให้มีขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบซึ่งจะกดดันกำไรในไตรมาส 3 ฝ่ายวิจัยจึงคงประมาณการกำไรทั้งปีที่ 58 ที่ 4,940 ล้านบาทตามเดิม โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio โดยอิง Prospective PE ที่ 10.5 เท่าคาดการณ์ EPS ปี 58 ที่ 3.60 บาทจะได้ราคาเหมาะสมปี 58 ที่ 37.80 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”