วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

LPN - ซื้อ

กำไรไตรมาส 2/58 ดีตามคาด มุ่งสู่กำไร ดีที่สุดของปีไตรมาส 3/58

กำไรเป็นไปตามที่เราคาดไว้

LPN รายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 2/58 ที่ 822 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124% YoY และ 181% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาดไว้ โดยประกาศเงินปันผลต่อหุ้นที่ 0.30 บาทสำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2558 (สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 0.27 บาท เนื่องจากอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าคาดเล็กน้อยเป็น 40% เมื่อเทียบกับที่เราคาดไว้ 36%) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเบื้องต้น 1.7% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่เฉลี่ยต่อปีที่ 3.4% โดยมีกำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD ณ วันที่ 19 ส.ค. และ กำหนดจ่ายวันที่ 3 ก.ย.

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

รายได้ขายที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดและสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง เป็นปัจจัยหนุนกำไรที่เติบมาก โดยรายได้จากการขายที่อยู่อาศัยปรับตัวขึ้น 112% YoY และ 147% QoQ อยู่ที่ 5 พันล้านบาท (สูงสุดอันดับ 3 ในประวัติกาล) เนื่องจากโครงการคอนโด 2 โครงการได้เริ่มโอนในไตรมาส 2/58 ซึ่งประกอบด้วย โครงการลุมพินีเพลสศรีนครินทร์-หัวหมาก (มูลค่ารวมที่ 3 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่100% และ ยอดโอนแล้วอยู่ที่ 83% ในไตรมาส 2/58) และ โครงการ พาร์ครัตนาธิเบศร์ (มูลค่ารวมที่ 4 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่ 98% และ ยอดโอนแล้วอยู่ที่ 31% ในไตรมาส 2/58) ทั้งนี้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายปรับตัวลง 4.0% YoY และ 5.0% QoQ อยู่ที่ 10.7% โดยมีปัจจัยจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลง 1.6% YoY และ 1.2% QoQ อยู่ที่ 30.8% เนื่องจากต้นทุนงานส่วนกลางที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการโอนในโครงการคอนโดที่หัวหมาก ทั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิลดลงจากเดิมที่ 0.6X ณ สิ้นเดือน มี.ค. เหลือ 0.5X ณ สิ้นเดือน มิ.ย.

แนวโน้ม

ไตรมาส 3/58 มีแนวโน้มผลประกอบการดีสุดในปีนี้ เราคาดกำไรเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง YoY และ เพิ่มขึ้นปานกลาง QoQ โดยมีปัจจัยจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น กอปรกับสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลง ทั้งนี้ LPN จะเริ่มโอนโครงการคอนโด 3 โครงการในไตรมาส 3/58 ซึ่งประกอบไปด้วยโครงการ ลุมพินีคอนโดทาวน์ รังสิตคลอง 1 (มูลค่าโครงการรวม 3.4 พันล้านบาท ยอดจอง 77%) โครงการ ลุมพินีพาร์ค พระราม 9 (มูลค่า 2.6 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่ 100%) และโครงการลุมพินีวิลล์ อ่อนนุช-ลาดกระบัง (มูลค่า 1.1 พันล้านบาท ยอดจองอยู่ที่ 46%)


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงประมาณการเดิมเนื่องจากกำไรในครึ่งแรกปี 2558 คิดเป็น 42% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา และ 41% ของตลาด ทั้งนี้ LPN ถือว่าเป็นหุ้นที่มีการเติบโตของผลประกอบการดีที่สุดสำหรับปี 2558 ในกลุ่มอสังหาฯที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเรา (โดยมีกำไรหลักเพิ่มขึ้น 31% ในปีนี้) พร้อมทั้งมีความชัดเจนของรายได้อยู่ในระดับสูง (ยอดขายรอรับรู้รายได้ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. อยู่ที่ 19 พันล้านบาท รับประกัน 94% ของประมาณการรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยของเราในปี 2558 และ 52% ในปี 2559) ทั้งนี้การเปิดตัวโครงการลุมพินีทาวน์ชิพ รังสิตเฟส 2 ในเดือน ต.ค. จะช่วยผลักดันความชัดเจนของรายได้ในปี 2559 อีกด้วย

คำแนะนำ

ความเสี่ยงด้านผลประกอบการของ LPN อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ หลังจาก LPN ได้พิสูจน์ถึงการโอนคอนโดที่เพิ่มขึ้นถึง 49% YoY ในครึ่งแรกปี 2558 โดยเรายังคงชอล LPN เนื่องจากกลยุทธ์ในการบริหารงานสินเค้าคงเหลือทำได้ดีมากในช่วงที่เศรษฐกิจซบเทรา (มูลค่าสินค้าคงเหลือลดลงถึง 21% นับตั้งแต่สิ้นปี 2557) โดยว่าบริษัทจะเปิดตัวโครงการคอนโดใหม่เพียง 3 โครงการในครึ่งแรกของปี 2558 โดยมีมูลค่ารวมเพียง 4.8 พันล้านบาท แต่ปรากฎว่ายอดจองซื้อให่ในครึ่งปีแรกของปี 2558 นั้นคิดเป็นถึง 45% ของเป้าหมายยอดจองซื้อทั้งปี 2558 ของบริษัท ทั้งนี้หุ้นซื้อขายที่ระดับไม่แพงที่ PER 9.6 เท่า ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดในรอบห้าปีที่ผ่านมาขณะที่เราคาดกำไรทำสถืติสูงสุดใหม่ในปี 2558 โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” LPN ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 22.00 บาท อิงจากค่า PER ที่ 12X (1 เบี่ยงเบนมาตรฐานสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2557) โดยการเปิดตัว 3 คอนโดใหม่ที่มูลค่ารวม 4 พันล้านบาท เป็นปัจจัยสำคัญกระตุ้นราคาหุ้นได้ในระยะสั้น