เริ่มเก็บสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับฐานลงแรง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ 1400 จุด เก็งกำไรรายตัวระยะสั้น
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ปรับลง
เราคาดตลาดไทยวันนี้จะปรับลง เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่ๆเข้ามาสนับสนุน ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงในช่วงนี้จากความกังวลเรื่อง supply จากอิหร่านและสหรัฐกดดันกลุ่มพลังงาน และตัวเลขภาคอุตสาหกรรมการผลิตของจีนล่าสุดรายงานออกมาต่ำสุดในรอบ 5 เดือน ส่วนปริมาณการซื้อขายน่าจะยังคงเบาบาง โดยนักลงทุนรอความชัดเจนการประชุม กนง.ในวันพุธนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1420/1450 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : เริ่มเก็บสะสมหุ้นเมื่อดัชนีปรับฐานลงแรง โดยเฉพาะเมื่อใกล้ 1400 จุด เก็งกำไรรายตัวระยะสั้น เน้นหุ้นที่จะรายงานงบไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่ง ส่วนระยะยาวเน้นปันผลสูงและ defensive เป็นหลัก
นักลงทุนระยะสั้น : DEMCO(17.50), PTTGC (76)
DEMCO (17.50) รอให้ลงมาต่ำกว่า 12 บาทตั้งนานละ ได้เวลาเริ่มเก็บ DEMCO กันให้จุใจเอาไว้เล่นสั้นกัน หลังจาก KPN ซื้อ Wind Energy Holding ไปแล้ว ก็คลายความกังวลไปได้เยอะ เพราะโครงการลมอีกเพียบจะเดินหน้าไปได้ต่อ และเราคาดว่างบจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3 ปีนี้เป็นต้นไป จากการ realize กำไรจากงาน Backlog ที่มีอยู่สูง ส่วนใครถือยาวได้ก็ยิ่งดี เพราะปีหน้ามีแผนนำ WEH เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ด้วยช่วยปลด lock value แถมปัจจุบัน P/E ต่ำสุดในกลุ่มเทียบกับคู่แข่งอย่างเช่น EA และ GUNKUL นะครับ
PTTGC (76) ยังเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนเช่นกัน UOBKH เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/58 จะต่ำที่สุดของปีนี้ ธุรกิจโอเลฟินส์และ derivative จะยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่สำคัญในปี 58 ขณะที่ราคา HDPE ที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบันจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของ PTTGC ให้มากขึ้นเนื่องจาก 60-65% ของกำไรสุทธิขึ้นอยู่กับราคา HDPE แถมราคาหุ้น PTTGC ณ ปัจจุบันซื้อขายในระดับถูกด้วย 2015F PE ที่ 8 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 9 เท่าด้วย รอจังหวะย่อๆมาซัก 60 ซื้อเก็บกินปันผลหรือเล่นสั้นก็ได้นะครับ
นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), SVI(5.40)
ADVANC (270) UOBKH เรามองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%
SVI (5.40) ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้ส่งออกง่ายขึ้นและปีนี้จะเดินเครื่องผลิตได้เต็มที่เหมือนก่อนช่วงไฟไหม้ ประกอบกับปีหน้าจะได้ลูกค้าใหม่ 4 ราย กำไรจะโตถึง 40% ในปีหน้า ส่วนปีนี้พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรแน่นอนครับ
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- ลงทุนเอกชนชะลอตัว เหตุไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจโลก-ในประเทศ ธปท.ชี้มาจากปัจจัยภายนอก ขณะลงทุนภาครัฐกระตุ้นไม่ได้ เหตุโครงการขนาดเล็ก ด้าน"อาคม"ยันลงทุนภาครัฐยังเดินหน้าตามแผน หวังเอกชนลงทุนตาม นายแบงก์ประเมินแนวโน้มยังชะลอตัวครึ่งหลังของปี ด้านธุรกิจเมินลงทุนใหม่
- นักเศรษฐศาสตร์ เสียงส่วนใหญ่ คาด กนง. ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% หลังเงินบาทอ่อนค่า เอื้อนโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น รอดูตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 ก่อนพิจารณาอีกครั้ง บางส่วนแนะจับตาแรงกดดันเฟด อาจกดดัน กนง. สร้างเซอร์ไพร์สลดดอกเบี้ยรอบนี้ จากปัจจัยเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ด้านหุ้นไทยเดือน ก.ค.เจอนักลงทุนถล่มขาย ทำสถิติใหม่ต่ำสุดรอบปี มาร์เก็ตแคปหาย 7.8 แสนล้าน กดมูลค่ารวมหลุด 14 ล้านล้าน วอลุ่มหดเหลือ 3.74 หมื่นล้าน ด้านเอเชียเวลท์ ประเมินผ่านจุดต่ำที่สุด ชี้ช่วงที่เหลือของปีสดใส ทั้งปัจจัยใน-นอกประเทศ
+ แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การเบิกจ่ายลงทุนโครงการซ่อมสร้างถนนทั่วประเทศ 4 หมื่นล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศอีก 4 หมื่นล้านบาท รวมกันเป็นเงิน 8 หมื่นล้านบาท เริ่มมีการเบิกจ่ายเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าเงินกู้ก้อนแรก 3,000 ล้านบาท และเงินขอยืมจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 1.4 หมื่นล้านบาท จะหมดในไม่ช้านี้ ซึ่งในสัปดาห์นี้จะได้ตัวเลขการเบิกจ่ายทั้งหมดจากทางกรมบัญชีกลาง
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,689.86 จุด ลดลง 56.12 จุด หรือ -0.32%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากบริษัทพลังงานรายใหญ่ รวมถึงเอ็กซอน โมบิล และเชฟรอน เปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอ อันเป็นผลมาจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ซบเซาของสหรัฐ
+ ดัชนี FTSE 100 ปรับตัวขึ้น 27.41 จุด หรือ +0.41% ปิดที่ 6,696.28 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลประกอบการของภาคเอกชน หลังจากบริษัทจดทะเบียนบางแห่งรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาด
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ย.ร่วงลง 1.4 ดอลลาร์ ปิดที่ 47.12 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์(31 ก.ค.) หลังจากสหรัฐรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่สูงเกินไป นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทพลังงานรายใหญ่อย่างเอ็กซอน โมบิล และเชฟรอน







