วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม 2569

Login
Login

“สุพจน์ ธีระวัฒนชัย”เจ็บแล้วจำ..! บทเรียนบนสังเวียนธุรกิจ

“สุพจน์ ธีระวัฒนชัย”เจ็บแล้วจำ..! บทเรียนบนสังเวียนธุรกิจ

กว่าจะค้นพบ “สูตรสำเร็จ” ทางธุรกิจได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ลุ้มลุกคลุกคลานมากี่ร้อนกี่หนาว จึงจะค้นพบ “องค์ความรู้”

ที่ตกผลึกพร้อมนำไปประยุกต์ใช้กับกิจการ “โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง” ให้เติบใหญ่ ภายใต้การบัญชาของ “สุพจน์ ธีระวัฒนชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง 1999 จำกัด

กับการเตรียมเปิดสาขาที่ 3 ของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง สุพจน์เลือก ต้นตำรับสาขาแรกที่พระราม 3 เป็นสถานที่แถลงข่าว บอกเล่าถึงที่มาที่ไปของการทำธุรกิจนี้

“เราคือต้นตำรับโรงเบียร์เยอรมัน” เขาเริ่มต้นประโยค และขยายความว่า เกือบ 16 ปีเต็ม นับตั้งแต่เปิดโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงย่านพระราม 3 เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2542 และเปิดสาขาที่ 2 ย่านรามอินทรา เมื่อปี 2548 รอคอยถึง 10 ปี กว่าจะมีสาขาที่ 3 บนทำเลทองการค้าใหม่อย่าง “แจ้งวัฒนะ”

ที่ผ่านมาการทำธุรกิจได้สั่งสมบทเรียนมากมาย โดยเฉพาะการลงทุน “เกินตัว” หรือ Over budget การขยายธุรกิจในทศวรรษที่ 2 จึงค่อนข้างระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ ซึ่งเจ้าตัวเอ่ยประโยคทองว่า ..

“อย่าทำธุรกิจแบบคนรวย ต้องทำแบบคนจน ระมัดระวัง” พร้อมสำทับว่าที่ผ่านมามีการลงทุนทำธุรกิจหลายอย่างที่ล้มเหลว ลงทุนมากไปจนไม่คุ้มกับรายได้ที่คืนกลับมา 

ฉะนั้น “อย่าดูเบา อย่ามั่นใจว่าทำได้ set งบสูง เจ๊งเร็ว”  

ดังนั้นการขยายการลงทุนใหม่ๆจึงนำเอาองค์ความรู้ 16 ปีมารวบรวมแล้วปรับเปลี่ยนให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

จริงอยู่การทำงานอาจเกิดพลาดขึ้นได้ แต่ต้องนำความผิดพลาดนั้นมาปรับแก้ไขให้ดีขึ้น 

“ผมไม่กลัวว่าจะผิดพลาด แต่ผมกลัวว่าผมไม่รู้มากกว่าว่ากำลังผิดพลาด”

ได้ลองและพลาดมาหลายอย่าง อะไรบ้าง?..การเปิดร้านอาหาร เป็นธุรกิจส่วนตัวของเขาในชื่อ Red Sun by Tawandang ที่ห้างค้าปลีกใจกลางเมือง ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ มีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ก็ต้องจ่ายเป็นค่าเช่าพื้นที่ ซ้ำร้ายเจ้าของพื้นที่ไม่มีกลยุทธ์ช่วยดึงคนเข้าไปใช้บริการ เนื่องจากทำเลที่ตั้งอาจไม่โดนและจูงใจลูกค้ามากพอ

หรือกระทั่งการเปิดโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงที่กัมพูชา ก็ยังไม่ถูกจริตกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่นั่น การรับประทานอาหารและเสพความบันเทิงในจุดเดียวแบบ one stop ยังไม่เป็นที่คุ้นชิน 

ทว่า ไม่ยิ่งหย่อนไปจากข้างต้นคือการมี “พันธมิตร” หรือหุ้นส่วนที่จริงใจ ไร้ข้อพิพาทชวนทะเลาะ อย่างโรงเบียร์แห่งนี้ มีหุ้นส่วนสำคัญ 3 คน ได้แก่ “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” และ “ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ” แห่งคาราบาวแดง และตัวเขา โดยถือหุ้นในสัดส่วนเท่ากัน

“เรายังไม่ทะเลาะกัน” ประโยคปนเสียงหัวเราะตอบกลับต้นคำถาม “หากมีหุ้นส่วนเหมือนของผม เหมือนได้เจอบุญกุศลชั่วชีวิต หาให้เจอ” ได้แก่ ความจริงใจ ไม่ทำร้ายกัน ซื่อสัตย์ มีความเข้าใจกัน ไม่อิจฉา ไม่คิดเล็กคิดน้อย รู้จักละอายหากคิดไม่ถูกไม่ควร

ความสัมพันธ์ทั้ง 3 ไม่เพียงแค่เป็นหุ้นส่วน แต่เปรียบเสมือนพี่น้อง ที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจดูจะ “ผนึกกำลัง” กันเพื่อขยายอาณาจักรโรงเบียร์และร้านอาหารไทยแบบเงียบๆ โดยเฉพาะการ “บุกต่างประเทศ” ในอนาคต เมื่อคาราบาวแดงรุกลงทุนและขยายตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในกัมพูชา พม่า และอังกฤษ ปูทางสร้างสปริงบอร์ดไว้รอแล้ว

“เมื่อยังไม่เดิน ก็ยังไม่คิด(ขยายธุรกิจ) แต่มีไอเดีย เพราะเราจับมือกันอยู่ข้างหลังอยู่แล้ว” เขาเล่าความสัมพันธ์ซี้ปึ้กทางธุรกิจ

ทั้งนี้ เหตุที่เจ้าตัวไม่การันตีว่าสาขาใหม่ๆในต่างแดนจะเห็นเมื่อไหร่ ปัจจัยสำคัญคือ ขาดแม่ทัพคนสำคัญที่จะขับเคลื่อน “ใครจะเป็นสุพจน์ 1 สุพจน์ 2 และสุพจน์ 3 และ 4 ส่งจากไทยอาจไม่ใช่ ส่งไปตายแน่ ต้องใช้คนที่นั่น(โลคัล)ดูแล” อย่างร้านอาหารที่ซิดนีย์ ย้ำว่ามีองค์ประกอบครบครัน “พากันไปตาย ไม่เอา อายุมากแล้ว ไม่อยากเจ๊ง”

รัดกุมรอบด้านป้องกันความเสี่ยง ทว่าผลพวงการเซอร์เวย์หาทำเลทองนานถึง 4 ปี พบว่า การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานฝั่งเหนือของกรุงเทพฯ การไร้โรงเบียร์แฮงเอาท์ และปัจจัยอื่นอีกมากมาย ล้วนทำให้ลูกค้าปูเสื่อรอให้โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงมาเปิด และนั่นสะท้อนถึงดีมานด์ตลาดมหาศาล

7 เดือนที่เขาคลุกคลีอยู่กับไซส์งานก่อสร้างสาขาใหม่ พัฒนาแก้ไขร้านให้ดีกว่าเดิมแบบละเอียดยิบทั้งภายในภายนอกโรงเบียร์ ตั้งแต่ทำเลที่นั่ง ห้องน้ำชายหญิง โถอาเจียน เวที ไปจนถึงการจัดวางถังต้มเบียร์สด ล้วนตอบโจทย์เรื่องฟังก์ชั่นให้มากที่สุด

ขายเบียร์สดรสชาติเยอรมัน ก็ต้องคุมเข้มการ “ต้มเบียร์” จึงยังคงใช้มือดีตั้งแต่วันแรกในการ Brew Beer จากเยอรมัน เสริมทัพอาหารด้วยเชฟมือดี พนักงานบริการที่เทรนกันมาแรมเดือน

ปัจจุบัน “ต้นทุนค่าแรง อิฐ หิน ปู ทราย” วัสดุก่อสร้างแพงขึ้นยกกระบิ เป็นสาเหตุให้งบลงทุนพุ่งถึง 200 ล้านบาท เทียบกับสาขาแรก 60 ล้านบาท และสาขา 2 ลงทุน 120 ล้านบาท จะเปิดให้บริการวันที่ 7 ส.ค.58 วันแรก เจ้าตัวยังภาวนาอย่าให้งบบานปลาย เพราะแค่นี้คำนวณคร่าวๆ การคืนทุนยุคนี้ก็ยืดยาวเป็น 3 ปี จากเดิมใช้เวลาราว 2 ปีครึ่งเท่านั้น

โจทย์เศรษฐกิจกำลังซื้อไม่ดี สุพจน์ดูจะใจดีสู้เสือ อาจเพราะผ่านบทเรียนหนักในอดีตมามาก 

“ทุกครั้งที่เปิดโรงเบียร์เจอวิกฤติตลอด ไม่ได้ตั้งใจ แต่มันเป็นจังหวะ” เขายิ้ม และบอกว่า ธุรกิจครั้งนี้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบ เมื่อบริบทสังคมยังอารมณ์ดี ไม่มีม็อบรุนแรง ที่สำคัญลูกค้ายังเข้ามาใช้บริการกันอุ่นหนาฝาคั่งทั้งไทยและเทศ ดังนั้น 5 เดือนสุดท้าย เขาหวังว่าจะโกยยอดขายจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงสาขา 3 ได้ 100 ล้านบาท

เพื่อให้เป็นไปตามเป้า เจ้าตัวบอกว่า “เปิดร้านใหม่ 2 อาทิตย์แรกไม่ต้องตามหาผมที่ไหนนะ ผมจะขลุกอยู่ในครัว ยืนคุมอาหาร”

กลั่นกรองทุกความคิด ก่อนเล่าบทเรียนธุรกิจ อะไรคือกุญแจความสำเร็จ ?.. “ขอคิดวรรคทองก่อน ?”  เขาขบคิดก่อนเงยหน้าตอบ “จำไมได้แล้ว” นิ่งเงียบสักพักพร้อมตบประโยค... “เจ็บแล้วจำ..!”

ทำเสื้อผ้า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ อย่างหลังเขาบอกว่า เป็นการขับเคลื่อนที่สนุกมาก “ผมชอบธุรกิจบริการ 1.เป็นธุรกิจที่ให้ความสุข 2.เป็นธุรกิจเงินสด ไม่ต้องจ้างมอเตอร์ไซต์ไปเก็บเช็ค (เหมือนทำธุรกิจเสื้อผ้าในอดีต)” แล้วสนใจกลับไปทำธุรกิจอสังหาฯไหม.. เพราะคุณสเถียรก็มีแนวคิดจะทำ 

สุพจน์ตอบทันควัน “ไม่ทำแล้วให้พี่เถียรทำไป”