ปลัดกระทรวงพลังงาน รอฟังรัฐบาลจะให้ชะลอก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่หรือไม่ ระบุมีความจำเป็นทั้งลดความเสี่ยงเชื้อเพลิงและต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคต
นายคุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงานและประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ในขณะนี้ยังไม่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาลให้ชะลอแผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ การเดินหน้าโครงการยังเป็นไปตามแผน โครงการอยู่ระหว่างรอการพิจารณาแผนอีเอชไอเอหรือรายงานแผนการป้องกันผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และในเช้านี้ก่อน 09.00 น.กำหนดการเปิดรับซองเสนอการก่อสร้างจากเอกชนก็ยังสามารถเสนอได้ถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2558 อย่างไรก็ตามมีข้อกำหนดชัดเจนว่าจะทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างก็ต่อเมื่ออีเอชไอเอผ่านการพิจารณาแล้วภายในระยะเวลา 6 เดือน
“จะเลื่อนเวลาเปิดรับซองก่อสร้างจาก 5 ส.ค.หรือไม่ ก็คงรอฟังผลการเจรจาระหว่างผู้คัดค้านกับตัวเทนรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาลในเช้าวันนี้ กรณีเลื่อนหรือไม่คงไม่ใช่เรื่องการแพ้ชนะ แต่ทุกอย่างควรจะดูถึงกติกากฏหมายประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งในขณะนี้จากการที่ก๊าซเจดีเอปิดซ่อมก็เห็นได้ชัดว่าไฟฟ้าในภาคใต้มีความเสี่ยง” นายคุรุจิต กล่าว
ปลัดกระทรวงพลังงาน ย้ำว่า ไฟฟ้าที่ภาคใต้มีความเสี่ยง เพราะผลิตไฟฟ้าไม่พอ เห็นชัดจากขณะนี้แหล่งก๊าซเจดีเอหยุดซ่อมวันที่ 21-25 ก.ค.โรงไฟฟ้าจะนะต้องหยุดเดินเครื่อง 700 เมกกะวัตต์ใช้น้ำมันผลิตทดแทนบางส่วน ค่าไฟฟ้าก็เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดที่ดูแลป้องกันมลพิษและต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทั้งปัญหาโรงไฟฟ้ากระบี่มีแนวโน้มชะลอ จากที่ก่อนหน้านี้นายรัฐมนตรีสั่งชะลอการเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบ 21 เป็นแรงกดดันการทำงานของกระทรวงพลังงานหรือไม่ นายคุรุจิต กล่าวว่า เป็นหน้าที่ที่กระทรวงพลังงานต้องผลักดันให้เกิดขึ้นทั้ง 2โครงการ เพื่อให้เกิดขึ้นทั้ง 2 เรื่องเพราะปัญหาเห็นชัดจากความเสี่ยงการพึ่งพาก๊าซเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ70 ในขณะที่ก๊าซฯในประเทศลดน้อยลง จึงต้องเตรียมความพร้อมทั้งการกระจายเชื้อเพลิงและเร่งสำรวจใหม่ ไม่เช่นนั้นไทยคงต้องพึ่งพาก๊าซเหลวนำเข้าหรือแอลเอ็นจีทดแทนทั้งหมด จะกระทบต่อค่าไฟฟ้าและมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น






