อาจารย์จุฬาฯควบธุรกิจ ก่อนสู่วงโคจรการเมือง ทว่าบทชอบที่สุดคือนายกสมาคมเทควันโดฯพิมล ศรีวิกรม์ มองกีฬาเหมือนธุรกิจ คือต้องมีวินัย เคารพกติกา
ผ่านพ้นไปหมาดๆกับการดึง “เดอะ เรดดิ้ง” สโมสรฟุตบอลในลีกแชมป์เปี้ยนชิพของอังกฤษ มาฟาดแข้งกับทีมนักฟุตบอลทีมชาติไทย สโมสรที่ “คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรณ์” ผู้เป็นมารดาเพิ่งเข้าไปเป็นเจ้าของสโมสร ขณะที่ พิมล ศรีวิกรม์ ยังคงมุ่งมั่นกับการขับเคลื่อน “กีฬาเทควันโด” เพื่อเป้าหมายใหญ่กับการคว้าเหรียญทองโอลิมปิคมาให้ชาวไทยภาคภูมิใจ ในฐานะนายกสมาคมเทคควันโดแห่งประเทศไทย
เขาเลือก สถานที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนทัล กรุงเทพฯ ธุรกิจของครอบครัวเป็นสถานที่พูดคุยบอกเล่าบทบาทการทำงานหลังเว้นวรรคการเมืองมานานหลายปี
แม้จะจับมาแล้วในหลายบทบาททั้งสอนหนังสือ ทำธุรกิจ เล่นการเมือง
ทว่า “กีฬา” คือสิ่งที่เขา“ผูกพัน” พิมล เล่า
"ทำไปแล้ว เห็นนักกีฬาทุ่มเท ก็อยากหนุนให้ไปถึงดวงดาว อยากเห็นคนไทยมีความสุขจากการได้เหรียญ(รางวัล)ที่ได้มา”
ที่สำคัญ ..“เชียร์กีฬาไม่มีสี” ทุกครั้งที่เชียร์ทีมชาติไทยไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล “สีเหลือง-แดง"ก็ไม่มีแบ่ง” ก่อนจะบ่นอุบว่า.. กีฬาเทคควันโดไม่ค่อยฮิตในหมู่คนไทยเท่ากับกีฬาบางประเภท เลยทำให้สมาคมฯ ต้องทั้ง "ใส่ใจ" และ “ใส่เงิน” เข้าไปด้วย พูดจบก็หัวเราะ
ย้อนกลับไป การบริหารสมาคมเทควันโดครั้งแรกๆ เป็นความท้าทาย เมื่อยุคนั้นผลงานทำได้ไม่ดี ซีเกมส์ไม่ได้เหรียญทองสักเหรียญ
“เป็นชาเลนจ์ (ท้าทาย) ว่าจะทำยังไงให้เทควันโดโชติช่วงชัชวาลย์ เพราะศักยภาพมี เป็นกีฬาที่มีการแบ่งน้ำหนัก เมื่อเทียบกับชนิดกีฬาอื่นอย่างบาสเกตบอล ต้องอาศัยความสูงใหญ่ของผู้เล่น เป็นต้น"
ขณะที่ตอนเริ่มทำงานยังเจอมรสุมอีกหลายด้าน ทั้งการเล่นพรรคเล่นพวก ระบบอุปถัมภ์เด็กฝาก สารพันเรื่องราวที่เผชิญ แต่พิมลบอกว่า..
“ผมอยู่มา 10 ปี ไม่เคยฝากนักกีฬาแม้แต่คนเดียว” เพราะมองว่า การทำแบบนั้น จะทำให้ระบบระส่ำ พร้อมเทียบอิงการเมืองเล็กน้อย
“นักการเมืองหากมีคนมาฝาก หัวคะแนนก็มาฝาก ผมมีตรงนี้ 300 คะแนนนะ คะแนนเราก็อยากได้ แต่เฮ้ย !.ต้องเอาองค์กรเป็นหลัก เมื่อไหร่ที่รับฝากคน ทั้งระบบเสียหมดเลย คนนั้นคนนี้จะขอฝากบ้าง”
ผ่านไปเกือบสิบปี วันนี้ “ความท้าทายใหม่” สำหรับเขาคือการขับเคลื่อนสมาคมเทควันโดที่ตั้งอยู่บนความ “กดดัน”มาก เมื่อ “ผลงาน” เริ่มประจักษ์ต่อสายตาประชาชนชาวไทยมากขึ้น จากการคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับอาเซียนอย่างซีเกมส์ ไล่ไปถึงระดับเอเชียอย่างเอเชี่ยนเกมส์ และระดับโลกอย่าง “โอลิมปิก”
กลายเป็นความคาดหวังให้ต้องนำทีม “คว้าชัยชนะ” และเหรียญรางวัลมากขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ
“แปลกแต่จริง เป็นงานที่ไม่มีเงินเดือนให้ด้วย เป็นงานทำเพื่อส่วนรวมอยู่แล้ว แต่เหนื่อยสุด เป็นงานกดดัน เวลาที่เรามีผลงานเรื่อยๆ ก็มีความคาดหวังอยากได้เพิ่มมากขึ้น ตอนไม่มีเหรียญ..พอเราได้ไปโอลิมปิค ก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่พอได้เหรียญในโอลิมปิกแล้วก็ต้องได้อีก ไปเรื่อยๆต้องได้ สาธารณะชนก็มอง คาดหวังว่าจะมีผลงาน ได้นั่นได้นี่” เขาฉายภาพ
ซีเกมส์ครั้งล่าสุด สมาคมเทควันโดส่งนักกีฬาชิงชัย 6 ชีวิตร่วมแข่งขัน คว้ามาได้ 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง นี่อาจไม่ใช่ความหวังสูงสุด เพราะเขามองไกลไปถึง “แชมป์เอเชีย” และ “แชมป์โลก” ทำให้ต้องบริหารจัดการส่งนักกีฬาไปชิงชัยแต่ละสังเวียน ซีเกมส์ครั้งที่ 28 เลยไม่ได้ส่งทีมเอไปหมด เพราะต้องถนอมนักกีฬาบางส่วนไว้แมชอื่น
อีกผลงานความสำเร็จ คือการคว้าแชมป์โลกของ “น้องเทนนิส -พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” ในรุ่นน้ำหนัก 46 กิโลกรัม
เขายังวางยุทธศาสตร์จะส่งนักกีฬาไปแข่งขันเก็บคะแนนในเวทีใหญ่ๆทั้งเวิลด์กรังด์ปรีซ์, ออสเตรเลียน โอเพ่น 2015 สะสมเอาไว้หวังไป “โอลิมปิก”
“มองไกล อยากให้คนไทยมีสุข และนักกีฬาสมหวัง เพราะเขาทุ่มเท อยากให้พวกเขาไปถึงดวงดาว” เขาย้ำจุดมุ่งหมาย
“ยังไม่ได้เหรียญทองโอลิมปิค (หัวเราะ) แต่ก็ยังไม่ give up (ยอมแพ้) ก็ต้องทำต่อไป” โดยสมาคมต้องทำผลงานได้เหรียญทองแดงมาครั้งแรก ในการแข่งขันโอลิมปิค 2004 โดย เยาวภา บุรพลชัย, ครั้งที่สองได้เหรียญเงิน จากโอลิมปิก 2008 โดยบุตรี เผือดผ่อง และครั้งที่สาม คว้าเหรียญทองแดงโอลิปิกปี 2012 โดยจ่าอากาศตรีหญิง ชนาธิป ซ้อนขำ"
คร่ำหวอดวงการกีฬามานาน แถมรักและผูกพันขนาดนี้ กีฬายังให้อะไรอีกมากมายสำหรับพิมล
“กีฬาให้หลายอย่าง แน่นอนเรื่องวินัย เคารพกฎกติกา เคารพกติกา และเคารพกติกา..ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่มั้ย กีฬายังให้ความรู้สึกการทำงานเป็นทีม แม้กีฬาเทควันโดจะเล่นเดี่ยว แต่ผมพูดเสมอว่าเราไปเป็นทีม ชนะเป็นทีม แพ้เป็นทีม ทีมเอ บี ซี ชนะ เราได้มา 3 เหรียญทองคือไทยแลนด์ได้มา 3 เหรียญทอง อย่ามองว่านาย ก. นาย ข.ได้ สิ่งเหล่านี้สำคัญด้วยประการทั้งปวง สำคัญกับชีวิตประจำวัน การบริหาร การอยู่ร่วมกัน วินัยสร้างด้วยกฎ”
พร้อมยกตัวอย่างนักกีฬาเทควันโดเมื่อซ้อมกับโค้ช “เช ยอง ซุก” เสร็จแล้วขอตัวไปข้างนอกต้องระบุเวลากลับชัดเจน ชนิดที่ว่าหากมาช้า 5 นาที โค้ชยืนมองนาฬิกาถี่ยิบ เหล่านี้เป็นการสร้างวินัยให้เกิดขึ้น หากเยาวชนมีวินัย เคารพกฏกติกา เติบใหญ่ก็จะเป็นคนที่มีคุณภาพ
“เวลามีนักกีฬาดีๆ อยากสร้างให้เขาเป็นฮีโร่ ส่วนหนึ่งทำให้คนไทยมีความสุข สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ทำให้คนไทยเล่นกีฬามากขึ้น เป็น ideology (อุดมการณ์) อย่างหนึ่ง ผมอยากให้มันเกิดขึ้น”





