กฟผ.เลื่อนยื่นซองประมูลสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จาก 22 ก.ค. เป็น 5 ส.ค แทน ยันไม่เกี่ยวกับการชุมนุมคัดค้าน
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ได้เลื่อนกำหนดยื่นซองประกวดราคาก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด จ.กระบี่ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ จากกำหนดเดิมวันที่ 22 ก.ค.นี้ เป็นวันที่ 5 ส.ค. 58 เนื่องจากมีผู้ประกอบการเอกชนสอบถามข้อมูลเข้ามาเพิ่มเติม และบางรายยังเตรียมเอกสารไม่พร้อม ทาง กฟผ.จึงเห็นว่าหากมีเอกชนเข้ายื่นซองประกวดราคาหลายราย น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า โดยยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับกรณีมีกลุ่มผู้คัดค้านชุมนุมประท้วงแต่อย่างใด
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดกฟผ. จึงเร่งรีบเปิดให้ยื่นซองประกวดราคาทั้งที่การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) ยังไม่แล้วเสร็จนั้น ทางกฟผ. ได้ชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า กระบวนการทำอีเอชไอเอต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4-5 เดือน หากรวมระยะเวลาที่รอให้ผ่านความเห็นอีกจะนานกว่าปีกว่าอาจไม่ทันกำหนดการเริ่มจ่ายไฟฟ้าตามแผนช่วงต้นปี 62 ที่จะต้องรองรับความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3,062 เมกะวัตต์ เทียบกับปัจจุบันมีความสามารถในการผลิตอยู่ที่ 3,115 เมกะวัตต์ ถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานหากไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ได้
"รัฐบาลมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จ.กระบี่ กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ เป้าหมายแล้วเสร็จจ่ายไฟเข้าระบบปี 2562 ที่กำลังจะเปิดให้ยื่นซองวันที่ 5 ส.ค. ควบคู่กับการทำอีเอชไอเอ และโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลา กำลังการผลิต 1,000 เมกะวัตต์ เป้าหมายแล้วเสร็จจ่ายไฟเข้าระบบปี 64 กำลังจะรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนครั้งที่ 3 ประกอบกับมีแผนก่อสร้างสายส่ง 500 เควีจากอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปจ.สุราษฎ์ธานี เป้าหมายแล้วเสร็จปี 62 ไปจ.ภูเก็ต จะเสร็จปี 65 หากเป็นไปตามแผนทั้งหมดก็จะทำให้ระบบไฟฟ้าภาคใต้มีความมั่นคงอย่างมาก ที่สำคัญจะลดความเสี่ยงค่าไฟฟ้าแพงเพราะถ่านหินมีต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่าก๊าซธรรมชาติ หากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด ภาคใต้ก็มีความเสี่ยงจะเผชิญวิกฤตด้านพลังงาน"







