"บีโอไอ" เผยครึ่งปีแรกมียอดอนุมัติส่งเสริมการลงทุนอยู่ที่ 412,690 ล้านบาท สร้างรายได้เข้าประเทศ 588,805 ล้านบาท จ้างงานกว่า 1 แสนตำแหน่ง
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงภาวะการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 6 เดือนแรกปี 2558 (ม.ค.-มิ.ย.) ว่า มีกิจการที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 1,254 โครงการ มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 412,690 ล้านบาท จำนวน 523 โครงการ หรือคิดเป็นร้อยละ 42 ของโครงการทั้งหมดที่เป็นกิจการผลิตเพื่อส่งออก ซึ่งคาดว่าจะก่อให้เกิดการสร้างรายได้เข้าประเทศถึงปีละ 588,805 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มการส่งของกลุ่มนี้ได้ภายในช่วง 1-3 ปี โดยเฉพาะในกลุ่มการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เกษตรกรรม และผลิตผลจากการเกษตร เคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ เป็นต้น
นอกจากนี้ โครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมจำนวนดังกล่าวจะใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นมูลค่า 350,507 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการในหมวดเกษตรกรรมและผลิตผลการเกษตรจะใช้วัตถุดิบในประเทศมากเป็นอันดับ 1 มูลค่า 140,743 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคเกษตรของไทยโดยตรง และหากโครงการที่ได้รับอนุมัติจำนวนดังกล่าวเปิดดำเนินการจะเกิดการจ้างงานคนไทยจำนวน 104,838 ตำแหน่ง โดยกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จะมีการจ้างงานเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยกลุ่มโลหะ เครื่องจักร ยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มเคมีภัณฑ์ พลาสติก และกระดาษ
ทั้งนี้ มีกิจการในกลุ่มวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ที่น่าสนใจ 66 โครงการ เงินลงทุน 20,322 ล้านบาท อาทิ กิจการผลิตเครื่องมือแพทย์ เช่น รากฟันเทียม สกรูยึดกระดูก อุปกรณ์เจาะกระดูก แผ่นโลหะดามกระดูก หลอดเก็บตัวอย่างเลือด น้ำยาล้างไต และลิ้นหัวใจเทียม กิจการที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ทันสมัย เช่น การวิจัยพัฒนา Functional Enzymes และ Probiotics และการผลิตยีสต์สกัดและยีสต์โปรตีน กิจการบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ กิจการผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์ และชิ้นส่วนที่มีการออกแบบทางวิศวกรรม กิจการวิจัยและพัฒนาด้านต่างๆ เช่น ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
สำหรับคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วง 6 เดือน มีจำนวน 408 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 71,140 ล้านบาท โดยเป็นกิจการเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลถึงร้อยละ 65 หรือจำนวน 264 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 45,070 ล้านบาท กิจการกลุ่มพลังงานทดแทนและการประหยัดพลังงานได้รับความสนใจยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุดมีทั้งสิ้น 59 โครงการ เงินลงทุนรวม 19,687 ล้านบาท เช่น กิจการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ กิจการผลิตเชื้อเพลิงจากชีวมวล กิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ รองมาเป็นกิจการในกลุ่มของการสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตผลการเกษตร มีคำขอรับการส่งเสริม 25 โครงการ เงินลงทุน 8,190 ล้านบาท เช่น กิจการผลิตยางรถยนต์ กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากยางธรรมชาติ เช่น ถุงมือ ที่นอน เป็นต้น กิจการผลิตหรือถนอมอาหาร เครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ อาหารแช่แข็ง เป็นต้น กิจการส่งเสริมการท่องเที่ยวมีคำขอรับการส่งเสริม 4 โครงการ เงินลงทุน 5,884 ล้านบาท กิจการด้าน ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มีคำขอรับการส่งเสริม 38 โครงการ เงินลงทุน 4,470 ล้านบาท กิจการด้านส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีคำขอรับการส่งเสริม 75 โครงการ เงินลงทุน 1,855 ล้านบาท กิจการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ มีคำขอรับการส่งเสริม 25 โครงการ เงินลงทุน 2,693 ล้านบาท เช่น กิจการขนส่งทางเรือ กิจการด้านส่งเสริมสิ่งแวดล้อม มีคำขอรับการส่งเสริม 4 โครงการ เงินลงทุน 840 ล้านบาท เช่น กิจการผลิตพลาสติกรีไซเคิล กิจการผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ กิจการส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ มีคำขอรับการส่งเสริม 30 โครงการ เงินลงทุน 576 ล้านบาท และ กิจการด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีคำขอรับการส่งเสริม 2 โครงการ เงินลงทุน 67 ล้านบาท









