คาด SET Index สิ้นปีนี้ 1,425 จุด มองเศรษฐกิจไทยยังมี Down Side
คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะทรงตัวในช่วงที่เหลือของปีนี้ : หลังจากที่ตลาดถูกกดดันจากประเด็นเรื่องกรีซและจีนมาหลายสัปดาห์ แต่ Fed ก็ยังคงยืนยันแผนที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในครึ่งหลังของปีนี้ เราคาดว่าธปท. จะคงดอกเบี้ยเอาไว้ในช่วงที่เหลือของปีนี้จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่กับทั้งประเด็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง และประชากร (การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ) ตัวชี้วัดทางมหภาคยังคงฉายภาพแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่ไม่สดใส
เราไม่ได้มองว่าประเด็นการเมืองเป็นความกังวลหลักในช่วงนี้ เนื่องจากการเมืองค่อนข้างมีเสถียรภาพภายใต้การบริหารโดยรัฐบาลทหาร ในขณะที่ประเด็นเรื่องสังคมผู้สูงอายุก็ถือเป็นความเสี่ยงต่อประเทศในระยะยาว ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นความสนใจไปที่ความเสี่ยงที่อาจจะมีการปรับลดค่า P/E เป้าหมาย (derate) ตลาดไทยเมื่อธปท. เริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้าตามการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed
ยังไม่เห็นปัจจัยที่จะมาหนุนหุ้น domestic plays : ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวสะท้อนถึงการส่งออกของไทยที่ลดลง การใช้จ่ายภาครัฐที่ชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการซึ่งรวบรวมโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยลดลงถึงระดับต่ำที่สุดในรอบหกปีในเดือนพ.ค.2558 ซึ่งถือว่าสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันย่ำแย่ยิ่งกว่าช่วงที่เกิดวิกฤติน้ำท่วมในปี 2554 และการรัฐประหารในปี 2557 เสียอีก เรามองเห็นความเสี่ยงขาลงของหุ้น domestic plays โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มการพาณิชย์ซึ่งราคาหุ้นค่อนข้างแพง
สินค้าโภคภัณฑ์เป็นสินทรัพย์ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้น : เราศึกษาวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และพบว่าสินค้าโภคภัณฑ์เป็นสินทรัพย์ที่ปรับตัวได้ดีตามการเติบโตของเศรษฐกิจ และเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีที่สุด ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 25% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากหุ้นอยู่ที่ 9.9-18.9% ซึ่งอัตราผลตอบแทนจากหุ้นที่สูงเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเกินกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการกู้ยืม เนื่องจากเราคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะทรงตัวอยู่ที่ US$62/bbl ดังนั้นเราจึงมองว่าการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์/วัฏจักร รวมถึงหุ้นที่มีรายได้อิงกับสกุลดอลลาร์จะเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ตั้งเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปีนี้ไว้ที่ 1,425 โดยให้น้ำหนักกลุ่มโภคภัณฑ์/วัฏจักร มากกว่าตลาด : เราใช้ P/E ที่ 14.5x (+1 SD) ทำให้ได้เป้าหมายดัชนี SET สิ้นปีนี้ที่ 1,425 จุด โดยเราให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานมากกว่าตลาด และในให้น้ำหนักกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ICT และรับเหมาก่อสร้างเท่ากับตลาด ในขณะที่ให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารต่ำกว่าตลาด หุ้นเด่นในกลุ่มพลังงานของเราได้แก่ PTTGC และ TOP ในขณะที่เราชอบ ADVANC และ CPN จากผลประกอบการที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง เราแนะนำให้เลือกซื้อหุ้นขนาดกลางซึ่งมีประเด็นหนุนเฉพาะตัวอย่างเช่น ANAN, TPCH, KCE, SCN, TVO และ NYT






