วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขยับขึ้นเล็กน้อย

เล่นสั้น ลงแรงซื้อ ขึ้นแรงขาย เน้นหุ้นปันผลสูงและหุ้นที่ perform ได้ดี

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ขยับขึ้นเล็กน้อย


เราคาดตลาดไทยวันนี้จะขยับขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่เหล่าผู้นำในกรีซเสร็จสิ้นการออกเสียงโหวตและผลออกมาคือยอมรับข้อเสนอของกลุ่มเจ้าหนี้ยูโรโซน หวังรับเงินช่วยเหลือกว่า 9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้มีโอกาสสูงที่กรีซจะอยู่ในกลุ่มสกุลเงินยูโรต่อไป แต่ทางด้านทิศทางราคาน้ำมันช่วงนี้ถือว่ายังไม่ฟื้นตัวดี ประกอบกับนักลงทุนรอการประกาศงบกลุ่มแบงก์ที่จะเริ่มอย่างจริงจังในสัปดาห์หน้า ดังนั้น ตลาดไทยวันนี้และพรุ่งนี้น่าจะยังคงซึมๆด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบางอยู่

แนวรับ/แนวต้าน : 1480/1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : เล่นสั้น ลงแรงซื้อ ขึ้นแรงขาย เน้นหุ้นปันผลสูงและหุ้นที่ perform ได้ดี ไม่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ อย่างเช่น กลุ่มโรงพยาบาล

นักลงทุนระยะสั้น : RATCH (68.00), BDMS (25.50)

RATCH (68.00) พอราคาปรับลงมาใกล้ 56 บาท ก็เริ่มน่าซื้อเก็บไว้เล่นสั้นแล้ว เราคาดว่ากำไรสุทธิของ RATCH ในไตรมาส 2/58 จะอยู่ที่ 1,500-1,600 ล้านบาท (ไตรมาส 1/58 อยู่ที่ 1,160 ล้านบาท)หนุนจาก 1.รายได้ที่มากขึ้นจากโรงไฟฟ้าหงสาหลังยูนิตแรกเริ่มการผลิตไปแล้ว 2.การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงและ 3.ผลกระทบตามฤดูกาล นอกจากนี้ เราคงมุมมองบวกกับภาพรวมในระยะกลาง-ยาวของบริษัทฯ จากการผลิตเต็มกำลังของโรงไฟฟ้าหงสาซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และกำไรของ RATCH อย่างชัดเจน เนื่องจากถือหุ้นอยู่ 40% จึงทำให้รับรู้รายได้จากโครงการที่ 500 ล้านบาทในปี 58 และ 2,300-2,600 ล้านบาท/ปี ตั้งแต่ปี 59 เป็นต้นไป

BDMS (25.50) เคยแนะนำไปแล้วในงาน Money Channel 11 ปี ว่าเป็นหุ้น Defensive ที่น่าเก็บสะสมตอน 19 บาท ตอนนี้ใกล้ 21 บาท ยังคงแนะนำซื้ออยู่ โดยขณะนี้ BDMS มี upside ที่สูงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล ด้วย Target price ที่เราให้ไว้อยู่ที่ 25.50 ซึ่งให้ upside สูงถึง 24% ปัจจัยบวก มีอยู่หลายประการนะครับ เช่น 1.)BDMS จะสร้างตึกเพิ่มอีก 6 ตึก แต่ละตึกมี 60 เตียง ลงทุน 6 พันล้านบาท และ 2 พันล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยจะสร้างไว้รองรับผู้ป่วยต่างชาติจากการเปิด AEC โดยเราคาดว่าจะช่วยเพิ่ม capacity ได้ถึง 74% ภายในปี 2018 2.)BDMS มีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่ม คือสมิทติเวช ชลบุรีในปีนี้ และเปาโลรังสิต และจอมเทียน Hospital ในปีหน้า และตั้งใจจะซื้อโรงพยาบาลเพิ่มอีก 7 โรงพยาบาลให้มีครบทั้งหมด 50 แห่ง 3.)อัตราส่วนของผู้ป่วยต่างชาติมีมากขึ้นเรื่อยๆ (30% เทียบกับ 25% เมื่อ 5 ปีก่อน) 4.)มีแผนขยายธุรกิจขายยาและเวชภัณฑ์ที่มี Margin สูงกว่าธุรกิจโรงพยาบาลทั่วไป สรุปคือ BDMS มี upside สูงถึง 24% และมีแผนขยายธุรกิจอย่างชัดเจน จัดเป็นหุ้น defensive ที่ต้านตลาดและเศรษฐกิจขาลงได้ดี

นักลงทุนระยะยาว : ADVANC (270), PTTGC (76)

ADVANC (270) UOBKH เรายังมองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลน spectrum โดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้น AIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท ปันผลก็สูงด้วยอยู่ที่ 5%

PTTGC (76) ยังเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนเช่นกัน UOBKH เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/58 จะต่ำที่สุดของปีนี้ ธุรกิจโอเลฟินส์และ derivative จะยังเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตที่สำคัญในปี 58 ขณะที่ราคา HDPE ที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบันจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของ PTTGC ให้มากขึ้นเนื่องจาก 60-65% ของกำไรสุทธิขึ้นอยู่กับราคา HDPE แถมราคาหุ้น PTTGC ณ ปัจจุบันซื้อขายในระดับถูกด้วย 2015F PE ที่ 8 เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 9 เท่าด้วย รอจังหวะย่อๆมาซัก 65 ซื้อเก็บกินปันผลสบายใจเฉิบครับบบ



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ทุนไทยผนึกนักธุรกิจลาว ลุยลงทุนร้านค้าปลอดภาษี "ลาว ดิวตี้ ฟรี มอลล์" เขตเศรษฐกิจเฉพาะ สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาวแห่งที่ 1 หวังดันขึ้นฮับใหม่ในลาวรับเออีซีหวังอานิสงส์โครงการไฮสปีดเทรนด์ จีน-ลาว ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตดันการค้าคึกคัก ด้านที่ปรึกษาเศรษฐกิจ-พาณิชย์ ลาว เผยเขตเศรษฐกิจเฉพาะเปิดทางต่างชาติ ถือหุ้น 100%

- นักเศรษฐศาสตร์ประเมินเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ยังเสี่ยงสูง จากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัว แม้กรีซ-จีนเริ่มเห็นสัญญาณที่ดี ส่งผลกระทบส่งออก-การขยายตัวเศรษฐกิจของไทยปีนี้ ด้านธนาคารโลก เล็งหั่นจีดีพีของไทยอีกรอบ ขณะ รมว.คลังชี้ มีโอกาสขยายตัวต่ำกว่า 3%

+ "บอร์ดเศรษฐกิจดิจิทัล" รับทราบ กสท คืนคลื่น 5 เมกะเฮิรตซ์ ให้ กสทช. จัดประมูล 4จี ตามแผน เล็งปรับราคาเริ่มต้นประมูลขึ้นเป็น 13,000-14,000 ล้านบาทต่อใบอนุญาต "ประยุทธ์" สั่งห้ามเลื่อนประมูล ตั้งคณะทำงาน สายไฟ-เคเบิล ลงใต้ดินสร้างบรรยากาศเศรษฐกิจดิจิทัล นายกฯ เร่งดาต้าเซ็นเตอร์ เอกชน 28 รายสนใจลงทุนหวังดึงเงินลงทุน 4 หมื่นล้าน ชงธุรกิจคลาวด์ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจ

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,050.17 จุด ลดลง 3.41 จุด หรือ -0.02%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (15 ก.ค.) หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาดูว่ารัฐสภากรีซจะผ่านร่างกฎหมายการปฏิรูปเศรษฐกิจหรือไม่

+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนส.ค.ร่วงลง 1.63 ดอลลาร์ ปิดที่ 51.41 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ก.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก และสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ปรับตัวสูงขึ้นด้วย