วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 15 กรกฎาคม 2558

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น หลังการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านมีแนวโน้มที่จะใช้เวลากว่าจะส่งออกได้เต็มที่

+ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังจากมีแนวโน้มว่าการยกเลิกการคว่ำบาตรของ UN จากข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและกลุ่มชาติมหาอำนาจจะไม่มีผลโดยทันที เนื่องจากยังต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 60 วัน เพื่อให้รัฐสภาของสหรัฐพิจารณาอนุมัติข้อตกลงดังกล่าว ทำให้อิหร่านยังคงไม่สามารถเพิ่มปริมาณส่งออกในปีนี้ได้มากนัก นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านนั้นจะทำได้แค่เพียงค่อยๆเพิ่มขึ้น โดยนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าภายในปีนี้อิหร่านจะเพิ่มอัตราการส่งออกน้ำมันดิบได้เพียงประมาณ 250,000 - 500,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งอิหร่านน่าจะส่งออกน้ำมันดิบได้เต็มที่เร็วที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 ปัจจุบันอิหร่านถูกจำกัดการส่งออกน้ำมันดิบอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือครึ่งหนึ่งของกำลังการส่งออกทั้งหมดของอิหร่าน

+ สถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ หรือ API ได้ประกาศตัวเลขน้ำมันคงคลังสำรองของสหรัฐ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ระดับน้ำมันดิบคงคลังสำรองของสหรัฐ ได้ปรับตัวลดลงราว 7.3 ล้านบาร์เรลมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าระดับน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาจะลดลงเพียง 1.2 ล้านบาร์เรลเท่านั้น โดยข้อมูลระดับน้ำมันดิบคงคลังสำรองของสหรัฐ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ หรือ EIA จะประกาศตัวเลขอย่างเป็นทางการในวันนี้

+ สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกองกำลังทหารของเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกอ่าวเปอร์เซีย ได้เข้าควบคุมสนามบิน Aden ในประเทศเยเมนจากกลุ่มก่อความไม่สงบฮูติที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน หลังจากได้มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรง ซึ่งได้เพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนราคาน้ำมันดิบในขณะนี้

- สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป หรือ Eurostat ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนจากประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโรทั้ง 19 ประเทศ ว่า ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการปรับตัวลดลงร้อยละ 0.4 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของยูโรโซนได้ชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันเบนซินที่มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซียที่มีการผลิตน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1% จากปีที่ผ่านมา รวมไปถึงมีการส่งออกน้ำมันเบนซินเพิ่มเติมบางส่วนจากประเทศจีน นอกจากนี้อุปสงค์จากประเทศอินโดนีเซียยังปรับตัวลดลงซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันเบนซินในขณะนี้

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังมีอุปสงค์น้ำมันดีเซลที่แข็งแกร่งในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะจากประเทศอียิปต์ นอกจากนี้อุปทานน้ำมันดีเซลยังตึงตัวจากการปิดตัวของโรงกลั่นในประเทศออสเตรเลีย

ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซจะเป็นอย่างไรต่อไป หลังสิ้นสุดเส้นตายเมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยล่าสุดผู้นำกลุ่มยูโรโซนบางประเทศมองว่าแผนใหม่ของกรีซนี้มีความจริงจังมากขึ้น ขณะที่กรีซเองก็มีความหวังมากขึ้นว่าแผนปฏิรูปการคลังฉบับใหม่อาจนำไปสู่การได้มาซึ่งวงเงินกู้งวดใหม่จากกลไกรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (European Stability Mechanism – ESM) ที่อาจพิจารณาปล่อยกู้ในวงเงิน 58,000 ล้านยูโร และวงเงินกู้อีกราว 16,000 ล้านยูโร จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

- ตัวเลขหลุมขุดเจาะที่อาจปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลังราคาน้ำมันดิบที่ฟื้นตัวเหนือระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อาจเพิ่มความจูงใจให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ กลับมาเพิ่มอัตราการผลิตน้ำมันดิบอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บริษัทขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบหลายแห่งได้ชะลอการขุดเจาะและผลิตน้ำมันดิบลง

- การเจรจาเพื่อหาข้อยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรจะสำเร็จภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ อย่างไรก็ดี ตลาดลดความคาดหวังว่าอิหร่านจะได้รับการยกเลิกการคว่ำบาตรจากการเจรจาครั้งนี้ลงไปเล็กน้อย หลังการเจรจาถูกขยับเส้นตายออกไปมากถึง 3 ครั้งภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

- ตลาดหุ้นจีนที่ยังคงเปราะบางส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของจีน อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางจีน (PBOC) คาดว่าจะพยายามหามาตรการในการหนุนให้เศรษฐกิจจีนยังคงเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและคาดว่าจะยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อตลาดน้ำมันในระยะสั้นนี้

                                              -----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999