เจรจาหนี้กรีซเลื่อนออกไปอีก
คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ จากการเจรจาหนี้กรีซต้องเลื่อนไปอีก 1 สัปดาห์ ในขณะที่ในประเทศ ภาคท่องเที่ยวมีข่าวบวก แต่ผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมมีจำกัด จับตาตัวเลขการค้าจีนวันนี้ หากไม่มี มีโอกาสกดดันตลาด
หุ้นเด่นวันนี้ : BBL (ราคาปิด 178.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS ปี 58 214.00 บาท)
เราเลือก BBL เป็นหุ้นเด่นในวันนี้เนื่องจากเป็นหุ้นแนะนำสำหรับลงทุนในระยะยาว จากการที่กลุ่มธนาคารได้ประกาศผลกำไรในไตรมาส 2/58 ในสัปดาห์นี้ เราเชื่อว่าราคาได้สะท้อนข่าวดังกล่าวไปแล้วจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ลดลง และการตั้งสำรองหนี้เพิ่ม จากการปรับขึ้นของ NPLs การปรับคาดการณ์ผลกำไรของนักวิเคราะห์ลงส่งผลลบต่อนักลงทุนที่มีต่อกลุ่มธนาคาร ในปัจจุบัน BBL ซื้อขายต่ำกว่า BV ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีในการทยอยซื้อสะสม ด้วยคุณภาพสินทรัพย์ที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มธนาคารด้วยกัน จะช่วยป้องกัน downside risk จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง แม้ว่าเราประมาณการอัตราการเติบโตของผลกำไรที่ 1.8% ในปี58 ซึ่งผลกำไรอาจจะสูงกว่าที่ประมาณการจากการที่รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนในภาครัฐของครึ่งปีหลัง ตั้งแต่เดือนมิถุนายนรัฐบาลใช้งบประมาณเกือบ 60% ของงบการลงทุนในปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนอาจจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้น BBL จากการที่เป็นเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจรายใหญ่และมีความสามารถในการปล่อยสินเชื่อลงทุนแก่ลูกหนี้รายใหญ่สูงสุด Price Pattern ของ BBL ได้กลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ ซึ่งเป็นบ่งบอกถึงการฟื้นตัวของราคาในระยะสั้น แม้ว่า Price Pattern ของ BBL จะยังคงเกิด Weekly & Monthly Sell Signal อยู่ก็ตาม ทั้งนี้เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ BBL คาดว่าจะมีการ Rebound เพื่อทดสอบเป้าหมายแรกอยู่ที่ 182 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 188 บาท ตามลำดับ (แนวต้าน: 180.00, 182.50, 186.00; แนวรับ: 177.00, 174.50, 171.00)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• ผลสำรวจสากลชี้ กทม.เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของนักท่องเที่ยว กรุงเทพได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 6 ในโลกสำหรับนักท่องเที่ยวรองจากเกียวโตและเสียมเรียบในเอเชีย อย่างไรก็ดีช่วงปี 53-56 กรุงเทพเป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับการโหวตมากที่สุด นอกจากนี้จากผลสำรวจของ MasterCard 2015 ได้จัดกรุงเทพว่าได้รับความนิยมอันดับสองของโลกสำหรับการท่องเที่ยวแบบค้างคืนของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ (Bangkok Post)
• CBRE คาดค่าห้องเพิ่มจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ข้อมูลจาก CBRE ที่ปรึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมาไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วยการเพิ่มขึ้น 24% เทียบปีก่อนสู่ระดับ 7.9 ล้านคนในไตรมาส 1/58 โดยมาจากประเทศจีน 26% ซึ่งนับว่าเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากสัดส่วนเมื่อต้นปี 57 ทำให้ในไตรมาส 1 ที่ผ่านมานี้อัตราการเข้าพักโรงแรมดีดกลับมาที่เหนือ 80% และค่าห้องต่อวันเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.5% ในรูปเงินบาท ซึ่ง CBRE คาดว่าจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีกและก็ได้เตือนว่าความอ่อนไหวก็เพิ่มขึ้นด้วยจากเศรษฐกิจจีนที่ตกต่ำลง (Bangkok Post)
• ททท. คาดเหตุระเบิดมาเลย์ไม่มีผล การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเชื่อว่าไม่น่ามีการยกเลิกการจองหลังจากมีเหตุระเบิดที่ปาดังเบซาในเขตชายแดนมาเลเซีย (The Nation)
• สหรัฐตรวจสอบการบินของไทย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) จากสหรัฐจะเดินทางมาถึงไทยวันนี้และจะอยู่จนถึงวันศุกร์เพื่อตรวจดูความคืบหน้าการบิน (The Nation)
• สหภาพแรงงาน กสท. ยื่นข้อเสนอบอร์ด 3 ข้อก่อนคืนแบนด์วิธ 5 เมกะเฮิร์ตซ์ บนคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์แก่ กสทช. โดยข้อแรกการประมูล 5 เมกะเฮิร์ตซ์นี้ต้องเห็นชอบโดย ครม.ไม่ใช่บอร์ด กสท. สองต้องแบ่งใบอนุญาตเป็นสองใบไม่ใช่สาม และข้อสุดท้าย กสท.ต้องอนุญาตให้ กสท.และ DTAC ร่วมกันให้บริการ 4G หรือไวไฟสาธารณะโดยใช้ 20 เมกะเฮิร์ตซ์ที่ปล่อยว่างอยู่จนกว่าจะหมดสัมปทานปี 61 (Bangkok Post)
• NDR มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 55-60% จาก 50% ปีที่แล้วขณะที่ตลาดในประเทศซบ โดยพึ่งเซ็นออเดอร์ใหม่กับอินเดียมูลค่า 500 ลบ. คาดเริ่มส่งมอบสินค้าไตรมาส 3 เป็นต้นไป และยังจะอัดโปรโมชั่นในประเทศ ซึ่งรวมแล้วยังเชื่อว่ารายได้จะเติบโต 10%
• WORK (38.75 บ., AWS 2558 TP 39.00 บ.) หลังจากย้ายรายการชิงร้อยชิงล้านจากช่อง 3 มาฉายที่ช่องวิร์คพอยท์ทีวี ในเดือนนี้ส่งผลให้เรทติ้งของรายการที่ฉายก่อนและหลังรายการดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% จากผลเชิงบวกดังกล่าว บริษัทได้ตัดสินใจปรับขึ้นราคาค่าโฆษณาเฉลี่ยขึ้น 30% เป็น 40,000 บาทต่อนาที เริ่มตั้งแต่เดือนนี้ และอัตราการออกฉายโฆษณาต่อเวลาโฆษณาที่มีทั้งหมดปัจจุบันอยู่ที่ 70-80% (The Nation) ความเห็น: รายการชิงร้อยชิงล้านซึ่งเป็นเกมโชว์แม่เหล็กรายการใหม่ของช่องน่าจะช่วยสร้างกำไรเพิ่มเติมให้กับทางช่องมากกว่าที่เราประมาณการไว้
ต่างประเทศ:
• เลื่อนกำหนดเส้นตายไปอีก 1 สัปดาห์ บรรดาผู้นำเขตยูโรแจ้งกรีซในการประชุมผู้นำสูงสุดว่ารัฐสภากรีซต้องออกกฎหมายปฏิรูปเศรษฐกิจภายในวันพุธนี้ก่อนที่จะเปิดการเจรจาการขอรับความเหลือทางการเงินแล้วยูโรโซนจะให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินและจะเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือครั้งที่ 3 จำนวน 86 พันล้านยูโร (95.5 พันล้านดอลลาร์) เยอรมนี เจ้าหนี้รายใหญ่สุดในการปล่อยกู้กล่าวว่าเงื่อนไขการปฏิรูปของกรีซต้องเป็นที่พอใจ รัฐสภาเยอรมันจึงจะมอบหมายให้นายกรัฐมนตรีเยอรมนี นางอังเกลา แมร์เคิลเปิดการเจรจาเกี่ยวกับเงินกู้ก้อนใหม่ได้ รัฐมนตรีคลังในกลุ่มยูโรจะพบกันอีกครั้งในวันศุกร์หรือช่วงสุดสัปดาห์เพื่อเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ (Reuters)
• เฟดยังมีท่าทีผ่อนคลายต่อไป ประธานเฟด นางเจเน็ต เยลเล็นคาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้และมีความเห็นว่าตลาดแรงงานในสหรัฐยังคงอ่อนตัว นางเยลเลนไม่ได้กล่าวว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่ในการประชุมที่เหลืออีก 4 ครั้งในปีนี้ (Reuters)
• อิหร่านและมหาอำนาจอีก 6 ชาติใกล้บรรลุข้อตกลงการเจรจาอาวุธนิวเคลียร์ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งจะลดการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแลกเปลี่ยนกับการระงับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน ถึงแม้ว่าการเจรจามีเส้นตายเดิมภายในวันนี้ แต่อาจมีการเลื่อนออกไปอีกได้ (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกเมื่อวันศุกร์ มีดัชนีสำคัญปิดเพิ่มขึ้นกว่า 1% เนื่องจากมีความหวังว่ากรีซจะได้รับอนุมัติเงินทุนก้อนใหม่ได้ในการประชุมวันอาทิตย์นี้ซึ่งจะช่วยให้กรีซไม่ต้องล้มละลายและสามารถอยู่ในยูโรโซนต่อไปได้ อีกทั้งตลาดยังได้รับข่าวการฟื้นตัวของตลาดหุ้นจีนเมื่อวันศุกร์เนื่องจากมีมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ จากรัฐบาลจีน (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปพุ่งขึ้นในวันศุกร์ หลังจากกรีซปรับข้อเสนอเงื่อนไขการปฏิรูปเป็นอย่างมากเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากเจ้าหนี้ เพื่อจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ก่อนการเจรจาในวันอาทิตย์ (Reuters)
เอเชีย:
• ปรับมาตรการ นายกจีน หลี เคอชิง กล่าวว่าจะปรับเปลี่ยนมาตรการและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และแถลงว่าจะดำเนินความพยายามให้ตลาดเงินและตลาดทุนของจีน มีความโปร่งใสมากขึ้น (Reuters)
• มีตัวเลขเศรษฐกิจจีนประกาศหลายตัวสัปดาห์นี้ เริ่มด้วยตัวเลขการค้าระหว่างประเทศวันนี้ ตามด้วยตัวเลขสำคัญ คือ GDP ไตรมาส 2 ในวันพุธตลาดคาด เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 6.9% ในไตรมาส 2/58 ซึ่งจะทำให้เป้าของรัฐบาลจีน 7.0% ทั้งปีเป็นไปโดยยาก (Reuters)
• ดัชนีราคาผู้ผลิตญี่ปุ่นร่วง 2.4% จากต้นปีถึงสิ้น มิ.ย. ถือเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่ดัชนีดังกล่าวลดลง ทั้งนี้จากอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ในจันที่ยังอ่อนแอตลาดคาดประมาณว่าดัชนีดังกล่าวลดลง 2.3% หลังจากที่ลดลง 2.2% ในเดือน พ.ค.
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ทองคำรั้งไว้โดยถ้อยแถลงของเฟด ราคาทองตลาดจรปรับขึ้น 4.41 ดอลลาร์สหรัฐสู่ 1,163.56 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ในวันศุกร์หนุนโดยการกลัวความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนจากการหารือยุโรปในสุดสัปดาห์แต่ขาขึ้นถูกรั้งไว้โดยถ้อยแถลงของ Janet Yellen คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานสหรัฐที่อ่อนแอ (Reuters)
• ราคาน้ำมันคงที่จากความกลัวอุปทานล้นตลาดผ่อนคลาย NYMEX แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงวันศุกร์หลังรายงานระบุว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย บรรเทาความกังวลว่าอุปทานจะเพิ่มขึ้น NYMEX ร่วงลง 4เซนต์หรือปิด 52.74 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์กลับเพิ่มขึ้น 12 เซนต์หรือ 0.2% สู่ระดับ 58.73 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)






