เรทติ้ง มิ.ย.ฟรีทีวีเดิมกระเตื้อง คาด 2H58 WORK เด่นสุด
เรตติ้งเดือน มิ.ย. ฟรีทีวีเดิมดีขึ้นจากซีเกมส์
บริษัทนีลเส็นรายงานเรทติ้งของทีวีดิจิทัลประจำเดือน มิ.ย. 58 (ทั่วประเทศ 18 ชม.) พบว่า อันดับที่ 1- 4 ยังคงเดิม โดยช่อง 7 คงอันดับหนึ่งที่ 3.38 คนดูเฉลี่ย 1.89 ล้านคน/นาที ช่อง 3 เป็นที่ 2 เรทติ้ง 2.94 คนดูเฉลี่ย 1.64 ล้านคน/นาที อันดับสามยังคงเป็น Work Point TV เรทติ้ง 0.84 คนดูเฉลี่ย 4.69 แสนคน/นาที และ ที่ 4 คือช่อง 8 ของ RS เรทติ้ง 0.465 คนดูเฉลี่ย 2.6 แสนคน/นาที โดยพบว่าเดือน มิ.ย เรทติ้งเฉลี่ยของกลุ่มฟรีทีวีเดิม ยกเว้นช่อง 7 ได้แก่ ช่อง 3 ช่อง 5 และช่อง 9 มีเรทติ้งปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนอย่างมีนัย (+10% , +45% และ 30% ตามลำดับ) ซึ่งได้ผลบวกจากการถ่ายทอดกีฬาซีเกมส์ 2015 ซึ่งเรามองว่าเป็นผลกระทบชั่วคราว ในขณะที่เทียบกับปีก่อนพบว่า ช่องฟรีทีวีเดิมมีเรทติ้งปรับลดลง จากการเกิดขึ้นของทีวีดิจิตอลที่เริ่มออกอากาศตั้งแต่เดือน เม.ย.ปี57 ซึ่งมีช่องฟรีทีวีเพิ่มจากเดิม 6 ช่อง เป็น 48 ช่อง ซึ่งเป็นเชิงธุรกิจที่โฆษณาได้ 24 ช่อง โดยพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่ที่ถือเป็นดาวเด่น ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง ได้แก่ช่อง Work Point TV (เรทติ้ง +179%YoY) รองลงมาคือ ช่อง 8 แต่เทียบปีก่อนเรทติ้งลดลง 11% เนื่องจาก มิ.ย ปีที่แล้วมีถ่ายทอดฟุตบอลโลก
2H58 คาด Work Point TV เรทติ้งดีต่อเนื่อง หลังดึงชิงร้อยฯ กลับช่อง
แนวโน้มใน 2H58 เราคาดอุตสาหกรรมยังคงแข่งขันรุนแรงผู้ประกอบการมีการปรับผังรายการใหม่ เพิ่มคอนเทนส์เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด สำหรับช่อง Work Point TV เราคาดเรตติ้งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจากที่ในเดือน ก.ค มีการดึงรายการชิงร้อยชิงล้านจากช่อง 3 กับเข้าช่องตัวเอง (เรทติ้งเดิมสูง 3.5 คาดหลังเข้าช่อง Work Point TV เรทติ้งไม่ต่ำกว่า 3) ส่วนช่อง 8 คาดเรทติ้งทรงตัว หลังปรับแผนเลื่อนการเพิ่มรายการละครที่มีเรทติ้ง สูงออกไปจากเดิมจะเพิ่มเสาร์อาทิตย์ เพื่อเน้นควบคุมต้นทุน
ปัจจัยเสี่ยง อุปสงค์การบริโภคที่ฟื้นตัวช้า กระทบอุตสาหกรรมโฆษณา
ใน 5 เดือนแรก ม.ค – พ.ค.58 เราคาดเม็ดเงินโฆษณาที่แท้จริงผ่านสื่อทีวี เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 2% เป็น 3.1 หมื่นล้านบาท ทั้งหมด (อิงสมมติฐานส่วนลดเรทโฆษณาของช่องทีวีดิจิทัลราว 70% จากที่นีลเส็นรายงาน) ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศในช่วงครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วง และคาดการณ์ว่าจะฟื้นตัวช้ากว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้านี้ ล่าสุด ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ หลักทรัพย์ภัทรปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้จากเดิม 3.3% เหลือ 2.5% ซึ่งการบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัวช้าเรามองว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณา ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ไม่สามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้มาก และผู้ประกอบการรายเดิมยังต้องปรับลดราคาลงมา ในขณะที่ต้นทุนยังสูงจากการเพิ่มคอนเทนส์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงจากการที่ตลาดจะปรับลดประมาณการกำไรกลุ่มสื่อ เช่นกรณีของ RS
ในปี 58 เรามองว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ยังมีผลขาดทุนจากธุรกิจทีวีดิจิทัลจากต้นทุนที่สูงขึ้น กอปรกับการแข่งขันที่รุนแรงทำให้เรทโฆษณาไม่เป็นดังคาด ในขณะที่ระยะยาวยังคงมองว่าช่องที่สามารถอยู่รอด นอกจากจะต้องมีสภาพคล่องทางการเงินดี ต้องเป็นช่องที่มีจุดเด่นในรายการที่ผลิตและมีเรทติ้งที่ดี เนื่องจากกลุ่มลูกค้าผู้ใช้เงินโฆษณาไม่ได้มีการกระจายงบไปทุกช่อง แต่เลือกใช้งบกับช่องที่มีเรทติ้งดี สำหรับผู้เล่นรายใหม่เรายังคงมอง WORK ที่มีสถานะดีสุดรองลงมาคือ RS
ให้น้ำหนัก “เท่าตลาด” เลือก WORK เป็น Top pick
เราให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มสื่อ “เท่ากับตลาด” ระยะสั้นผลประกอบการของกลุ่มยังถูกกดดันจากต้นทุนทีวีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น แต่เราคาดว่าในปีนี้น่าจะเป็นจุดต่ำสุด ในปีหน้าสถานการณ์จะเริ่มลงตัว และการวัดเรตติ้งจะมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเรามองเป็นผลบวกต่อผู้นำตลาดรายใหม่อย่าง WORK และ RS เรายังคงเลือก WORK (มูลค่าพื้นฐาน 47 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เรามองผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะพลิกกลับมาเติบโตโดดเด่นในปีนี้ โดยคาดการเติบโตของ EPS ที่ 535% เทียบปีก่อน สภาพคล่องยังดี บวกกับนโยบายจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ ทำให้คาดหมายว่าจะจ่ายปันผลได้สูงขึ้นเป็น 0.35 บาท อีกทั้งราคาหุ้นยังไม่แพงเพราะราคาหุ้นปัจจุบันถูกซื้อขายด้วย PEG ปี 58 ราว 0.14 เท่า ต่ำกว่าคู่แข่ง







