"มนูญ" ชี้ "วิกฤตกรีซ-จีน-อิหร่าน" ฉุดราคาน้ำมันปรับลดลงต่อเนื่อง คาดแตะระดับ 50-60 ดอลลาร์ ภายใน 2-3เดือน
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กล่าวว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลก มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง โดยวันที่ 9 ก.ค. น้ำมันดิบดูไบ ราคา 55.43 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 0.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดว่า แนวโน้มราคาน้ำมันดิบดูไบจะอยู่ที่ระดับ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกประมาณ 2 – 3 เดือน ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลงได้อีกเนื่องจากปัจจัยความกังวลภาระหนี้สินของกรีซ หลังไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา และปัญหาของตลาดหุ้นจีนที่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการน้ำมันจากจีน อาจลดลง และปัญหาการบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และ 6 ประเทศมหาอำนาจ ส่งผลกระทบโดยตรงกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.ได้ประกาศปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกลงเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 10 วัน เนื่องจากปรับตัวลดลง จากวิกฤตหนี้กรีซที่ส่อเค้ายืดเยื้อ ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลว่าอุปสงค์น้ำมันจะชะลอตัวลงมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการขายยังคงล้นตลาด โดยราคาปิดน้ำมันสำเร็จรูป ตลาดสิงคโปร์เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ดีเซลหมุนเร็วปิดที่ 65.58 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 7.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือ 1.44 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันเบนซิน 95 ปิดที่ 75.45 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 4.81 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือลดลง 0.97 บาทต่อลิตร
“ปตท. ได้ปรับลดราคาขายปลีกลงทันทีครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 รวมกลุ่มดีเซลหมุนเร็วปรับลดลงแล้ว 1.50 บาทต่อลิตร และส่วนเบนซินและแก๊สโซฮอลปรับลดลง 1.30 บาทต่อลิตร มากกว่าอัตราที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของปตท. ที่ต้องดูแลราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศอย่างดีที่สุด ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยการพิจารณาปรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศแต่ละครั้งจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ”






