วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (9 ก.ค.58)

วิตกตลาดหุ้นจีนล่ม

คาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง จากความวิตกทั่วโลกต่อการที่ตลาดหุ้นจีนที่ร่วงลงอย่างรุนแรงติดต่อกัน แม้ทางการจีนจะมีมาตรการสกัดกั้นออกมาอย่างต่อเนื่อง ความกังวลดังกล่าวบดบังปัจจัยบวกในประเทศเกี่ยวกับความพยายามให้โครงการรถไฟรางคู่กลับมาเดินหน้าตามหมายกำหนดการ รวมทั้งมาตรการกระตุ้นการส่งออกในภาคเศรษฐกิจสำคัญ ประเด็นหุ้นจีนบดบังปัญหาของกรีซซึ่งก็ยังไม่จบ


หุ้นเด่นวันนี้: TVT (ราคาปิด 2.94 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมายปี 58 ของ AWS 3.30 บาท) ดูรายงานฉบับต็มวันนี้

บมจ. ทีวี ธันเดอร์ คือหนึ่งในผู้ผลิตรายการระดับแนวของเมืองไทย การเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอล ทำให้มีจำนวนช่องฟรีทีวีเพิ่มขึ้นจาก 6 ช่อง เป็น 27 ช่องตั้งแต่ 25 เม.ษ. 58 นำมาซึ่งโอกาสครั้งสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทด้วยจำนวนรายการรับว่าจ้างผลิตที่เพิ่มมากขึ้น หลังนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ทำให้บริษัทมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะขยายธุรกิจเมื่อเล็งเห็นโอกาส เราคาดว่า TVT จะมีกำไรจากการดำเนินงานในปีนี้เติบโตแข็งแกร่ง 139% YoY และยังเติบโตที่ 24% YoY ต่อเนื่องไปในปี 59 โดยมีปัจจัยสนับสนุนได้แก่ 1) มีรายการใหม่ที่บริษัทรับว่าจ้างผลิตอย่างน้อย 7 รายการ ทำให้มีรายการที่ออกอากาศและส่งมอบตามแผนงานรวมไม่ต่ำกว่า 14 รายการในปีนี้ 2) การออกฉายรายการเสียงลับจับไมค์ซึ่งเป็นรูปแบบรายการที่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากต่างประเทศเป็นครั้งแรกในปีนี้ จำนวน 13 ตอน จะช่วยสร้างรายได้ค่าโฆษณาเพิ่มเติมให้แก่บริษัทในไตรมาส 2/58 บริษัทได้เตรียมออกฉายรายการ เต้นเปลี่ยนชีวิต ซีซั่นสาม ในไตรมาส 3/58 3) อัตราการทำกำไรมีแนวโน้มดีขึ้นจากรายการรับผลิตที่มีมากทำให้สามารถยกเลิกรายการที่ไม่ทำกำไรในปีก่อนออกไป การประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและเม็ดเงินโฆษณาที่เติบโตอยู่บ้างเทียบกับปีก่อนโดยเฉพาะการใช้จ่ายงบโฆษณาในกลุ่มทีวีดิจิตอลคาดว่าจะส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรสุทธิที่ดีขึ้นเทียบกับปีที่ผ่านมา Price Pattern ของ TVT บ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างชัดเจน ราคาปิดล่าสุดที่ 2.94 บาทนั้นถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ TVT ได้เข้ามาซื้อขายในตลาด MAI เมื่อ พ.ค.58 และน่าจะปรับตัวขึ้นได้ต่อไปโดยมีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High ครั้งใหม่อยู่ที่ 3.36 บาท (แนวต้าน: 3.00, 3.06, 3.18; แนวรับ: 2.88, 2.82, 2.70)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• หยิบโครงการรางคู่กลับมา สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เตรียมเร่งการลงทุนรถไฟรางคู่ที่ล่าช้าไปหลายเดือนโดย สบน.ไม่ได้เซ็นสัญญาตามที่กำหนดใน มี.ค. สำหรับเส้นนครราชสีมาถึงขอนแก่นระยะทาง 185 กิโลเมตรมูลค่า 2.5 หมื่น ลบ. และเส้นประจวบฯ ถึงชุมพรระยะทาง 167 กิโลเมตรมูลค่า 1.7 หมื่น ลบ. ครม.ได้อนุญาตการลงทุนในโครงการแรกก่อนแต่การประมูลที่ผ่านมาไม่มีผู้ชนะประมูล (Bangkok Post)

• ผลักดันส่งออกด้วย 4 อุตสาหกรรมหลักก.พาณิชย์มุ่งผลักดันการส่งออกในอุตสาหกรรมหนัก การเกษตรและอาหาร ปิโตรเคมีรวมถึงอัญมณีและเครื่องประดับเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตส่งออก 1.2% หรือเท่ากับ 2.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ รมต.จะเข้าพบผู้บริหารจากอุตสาหกรรมข้างต้นเพื่อระดมความเห็นว่าจะบรรลุเป้าหมายด้วยการเจาะตลาดใหม่ได้อย่างไร (The Nation)

• เรืออวนลากถูกกฎหมายกลับมาเดินเรือ หลังจากเรือประมงผิดกฎหมายร่วมกันหยุดเดินเรือก่อนหน้านี้เพื่อประท้วงหลังรัฐบาลประกาศใช้มาตรการเข้มงวด บรรดาเรืออวนลากถูกกฎหมายก็กลับเข้าทำประมงทำให้ตลาดอาหารทะเลในสมุทรสงครามและสมุทรสาครได้กลับมาเปิดได้อีกครั้ง (Bangkok Post)

• เงินบาทจะยังคงอ่อนค่า หลังจากเงินบาทอ่อนค่าลงสู่จุดต่ำสุดใน 6 ปี ที่ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อวานประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าเงินบาทจะอยู่ระหว่าง 34-35 บาทต่อดอลลาร์ นับจากนี้ด้วยดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นโดยตลอดจนสิ้นปี ประธานสภาฯเชื่อว่าเงินบาทที่ 34 บาท/ดอลลาร์ เป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสนับสนุนการส่งออกโดยไม่เป็นภาระต่อการลงทุนมากเกินไป (The Nation)

• กระทรวงไอซีทีตื๊อ ครม.ให้นำอีก 5 เมกะเฮิร์ตซ์ของ DTAC และ กสท.โทรคมนาคมเข้าประมูลด้วยกับ 25 เมกะเฮิร์ตซ์สำหรับการประมูล 4 จีด้วยโดยจะยื่นหนังสือเสนอคลื่นโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ได้ในวันอังคารหน้า ทั้งนี้ การรับฟังความคิดเห็นจะเกิดขึ้นใน 18 ก.ค. และรายละเอียดการประมูลจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาใน ต.ค. (Bangkok Post)  

     ความเห็น: เราคิดว่าการมีคลื่นเพิ่มเป็น 30 เมกะเฮิร์ตซ์ย่อมดีกว่า 25 เมกะเฮิร์ตซ์อยู่แล้วแต่เรากลัวว่านี่อาจจะเป็นการเตะถ่วงให้การประมูลล่าช้าออกไป

• TRUE เตรียมได้ประโยชน์จากการใช้คลื่นฟรีหลัง คสช.สั่ง กสทช.ให้ทรูมูฟใช้คลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ หลังจากที่จะหมดอายุใน ก.ย.นี้ต่อไปได้โดยสามารถรับรู้รายได้ไปจนกว่าการประมูลจะสิ้นสุด ปัจจุบันทรูมูฟมีเลขหมายภายใต้คลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์อยู่ถึง 5.2-2.3 แสนเลขหมายแต่สำหรับ DPC ที่เป็นบริษัทลูกของ ADVANC นั้นก็ได้รับการต่ออายุเช่นกันแต่มีเลขหมายภายใต้คลื่นของ DPC เพียง 900 เลขหมายเท่านั้น (Post Today)

ต่างประเทศ:

• ความวิตกกังวลเกี่ยวกับตลาดหุ้นจีนร่วงหนักเพิ่มขึ้น มีความต้องการสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นขณะที่นักลงทุนลดความเสี่ยงในการลงทุน ที่ผ่านมามีความพยายามหลายครั้งจากทางการที่จะสกัดกั้นการเทขายหุ้นออกจากตลาดหุ้นจีนซึ่งเมื่อไม่นานมานี้เป็นตลาดที่พุ่งขึ้นแรงมาก ตลาดหุ้นจีนได้ร่วงลงเกือบ 30% ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา (Reuters)

• เงินเยนแข็งค่าขึ้นมากเมื่อช่วงเช้าวันนี้ เงินเยนได้แข็งค่าขึ้นมากที่สุดเทียบกับเงินดอลลาร์ในปีนี้ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกที่ตกต่ำโดยมีเหตุจากการตื่นตระหนกเทขายหุ้นในตลาดหุ้นจีน ค่าเงินดอลล่าร์อ่อนค่าลง 1.5% เทียบกับเงินเยนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นการตกลงต่ำสุดตั้งแต่เดือนธ.ค. เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ 120.410 เยน ก่อนจะกลับมานิ่ง ๆ อยู่ที่ 120.690 เยน เงินยูโรอ่อนตัวลงไปสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 133.315 เยน (Reuters) 

• การเทขายในตลาดหุ้นจีนบดบังข่าวกรีซที่มีความคืบหน้า สมาชิกในเขตยูโรให้เวลากรีซถึงสุดสัปดาห์นี้ในการยื่นข้อเสนอในการปฏิรูปเพื่อขอรับความช่วยเหลือครั้งใหม่ กรีซได้ยื่นเรื่องขอกู้เงินอย่างเป็นทางการเอาไว้ 3 ปีซึ่งทางผู้นำในยุโรปจะเร่งพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงเมื่อวันพุธ เนื่องจากการเทขายหุ้นอย่างหนักในตลาดหุ้นจีนบดบังข่าววิกฤตหนี้ของกรีซและตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE) ได้เกิดเหตุไฟฟ้าดับ ความกังวลเกี่ยวกับตลาดหุ้นจีนว่าจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีปัญหาผลักให้ดัชนี S&P 500 อยู่ในแดนลบในปีนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กต้องระงับการซื้อขายนานกว่า 3 ชั่วโมงเนื่องจากไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 2 ปี(Reuters)

• บันทึกรายงานการประชุมเฟด จากบันทึกรายงานการประชุมเฟดในเดือนมิ.ย. สรุปได้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดจำเป็นต้องเห็นสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งกว่านี้ก่อนที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปขยับขึ้นในวันพุธ หลังจากสมาชิกเขตยูโรให้โอกาสกรีซถึงสุดสัปดาห์นี้เพื่อยื่นข้อเสนอใหนการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อขอรับความช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหม่และหลีกเลี่ยงการออกจากเงินสกุลยูโร (Reuters) 

เอเชีย:

• หุ้นจีนร่วงหนักสู่จุดต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในวันพุธ หลังจากนักลงทุนแตกตื่นเทขายหุ้นทั้งกระดาน แม้รัฐบาลจะประกาศมาตรการสนับสนุนตลาดหุ้นออกมาหลายประการ ดัชนี CSI 300 สำหรับหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น ร่วงลง 6.8% มาปิดที่ 3,663.04 ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSEC) รูดลง 5.9% มาปิดที่ 3,507.19 (Reuters)

• ทางการจีนและเอกชนออกมาตรการพยุงหุ้นหลายประการ แต่ยังไม่อาจยับยั้งการร่วงลงของตลาดได้ ในวันพุธ บริษัทจีนอีก 500 บริษัทประกาศหยุดการซื้อขายหุ้นของตนในตลาดเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้น ทำให้จำนวนหุ้นที่ขอหยุดทำการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 1,300 ตัวแล้ว (45% ของตลาด) ฝ่ายกลต.ของจีนก็มีคำสั่งห้ามผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกิน 5% ขายหุ้นในระยะ 6 เดือนนับจากนี้ (Reuters)

• คำสั่งซื้อเครื่องจักรอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นผิดคาด 0.6% MoM ในเดือน พ.ค. เป็นการเพิ่มขึ้นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ส่งสัญญาณการลงทุนเพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นในระยะ 6-9 เดือนนับจากนี้ เทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะลดลง 5.0% MoM ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือน เม.ย. และเพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือน มี.ค. (Reuters)

• บัญชีเดินสะพัดญี่ปุ่นเกินดุลเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกันในเดือน พ.ค. จากเหตุหลักราคาน้ำมันที่ลดลงทำให้ดุลการค้าขาดดุลน้อยลง ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด อยู่ที่ 1.88 ล้านล้านเยน (1.536 หมื่นล้านดอลลาร์) เทียบกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเกินดุลเพียง 1.54 ล้านล้านเยน(Reuters)

• ความเชื่อมั่นหากบริการญี่ปุ่นลดลงมาอยู่ที่ 51.0 ในเดือน มิ.ย. ลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน จาก 53.3 ในเดือนพ.ค. ดัชนีแนวโน้มข้างหน้าลดลงมาที่ 53.5 สำหรับเดือน มิ.ย. จาก 54.5 ในเดือน พ.ค. (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาทองคำเมื่อวันพุธปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลง ประกอบกับความกังวลของนักลงทุนต่อการปรับตัวลงแรงของตลาดหุ้นจีนและสถานการณ์หนี้ของกรีซในปัจจุบัน (Reuters)

• ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงท่ามกลางความกังวลว่าอุปทานน้ำมันโลกจะเพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่ EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบแหล่ง Cushing ประจำสัปดาห์ปรับตัวสูงขึ้น 384,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 465.8 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 700,000 บาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวลดลง 0.68 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (-1.3%) มาอยู่ที่ 51.65 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้น 0.20 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (+0.4%) มาอยู่ที่ 57.05 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล (Reuters)