"สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง" ไม่หวั่นวิกฤตหนี้กรีซ เชื่อกระทบตลาดทุน-ตลาดเงินของไทยไม่มาก เหตุธปท.มีมาตรการรองรับแล้ว
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า จากปัญหาเศรษฐกิจและการชำระหนี้ของกรีซ แม้ประชาชนลงประชามติเกี่ยวกับแผนชำระหนี้วันที่ 5 กรกฎาคมนี้ อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลกวงกว้างไม่มาก เนื่องจากกรีซเปลี่ยนไปมีภาระหนี้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และสหภาพยุโรป (อียู) ในนามรัฐบาลกลางยุโรป โดยไม่ได้มีภาระหนี้กับประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยมีภาระหนี้กับแต่ละประเทศในยุโรปน้อยลง โดยมีภาระหนี้เป็นสัดส่วนร้อยละ 2 ของจีดีพีอียู
นายกฤษฎา กล่าวว่า ต้องรอพิจารณาดูว่าจะมีแผนการแก้ไขภายในประเทศของกรีซอย่างไรบ้าง ยอมรับว่าอาจกระทบการส่งออกในอียูบ้างเล็กน้อย และมองว่าปัญหาจะอยู่ในวงจำกัด แม้จะมีปัญหาการปิดธนาคารหลายแห่ง แต่เป็นการแก้ปัญหาในประเทศของกรีซเอง แม้จะเลือกออกจากอียูรัฐบาลกรีซจะต้องมีหลักประกันกับประชาชน และยอมรับว่าสกุลเงินจะมีราคาเท่าใด จึงมองว่าปัญหาจะไม่แพร่กระจายไปมาก
ทั้งนี้ เศรษฐกิจกรีซพึ่งพาการท่องเที่ยวและระบบขนส่ง จึงคาดว่าปัญหาของกรีซอาจส่งผลต่อตลาดเงิน ตลาดทุนไม่มาก โดยเฉพาะค่าเงินบาทของไทย เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมาตรการรองรับไว้แล้ว ขณะที่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไม่น่าเป็นห่วงมากเช่นกัน ส่วนผลกระทบเศรษฐกิจโลกต่อการส่งออกของไทยซึ่งชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากปรับลดเป้าหมายลงเหลือร้อยละ 0.2 ในเดือนกรกฎาคมจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง หลังจากตัวเลขการส่งออกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งปัญหาภัยแล้ง หลังจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยอมรับว่าจีดีพีด้านการเกษตรขยายตัวลดลงจากร้อยละ 2.5-3 เหลือร้อยละ 1.4 จึงกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมประมาณร้อยละ 0.15
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยยังมีหวังจากเงินลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท มีความชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งแผนบริหารจัดการน้ำ ขณะที่การท่องเที่ยวยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะยอดนักท่องเที่ยวสนามบินสุวรรณภูมิขณะนี้ขยายตัวถึงร้อยละ 65 จึงยังเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจของไทย







