เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ย่อลงชั่วคราว
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มผันผวนเชิงลบ โดยปัจจัยกดดันหลักคือประเด็นหนี้กรีซ ซึ่งยังหาทางออกไม่ได้ หลังการประชุมเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ โดยการประชุมครั้งสำคัญครั้งต่อไปคือวันเสาร์นี้ ซึ่งถือเป็นการประชุมครั้งที่ 5 ภายใน 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยยังคงมีแรงหนุนเช่นเดียวกับเมื่อวานนี้ เนื่องจากเป็นช่วงการทำ window dressing ดังนั้น ดัชนีจึงจะไม่ปรับลงมากในวันนี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1500/1520 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
กลยุทธ์ : เลือกหุ้นเป็นรายตัว เน้น story และพื้นฐานดี ปันผลสูงและควรทยอยขายบ้างเมื่อมีกำไร
นักลงทุนระยะสั้น : ADVANC (270), MAJOR (38.50)
ADVANC (270) UOBKH เรายังมองประเด็นบวกจากการประมูล 4G เป็น short term catalyst ที่สำคัญ อย่างที่เราเคยเก็บข้อมูลการประมูล 3G ที่ผ่านมาก็ทำให้ Telco sector ขึ้นมา 40-50%เลย ภายใน 7 วันหลังจากประมูลเสร็จ โดยเราเชื่อว่า AIS จะได้ประโยชน์จากการประมูลนี้ที่สุด เพราะจะลดความกังวลเกี่ยวกับ การขาดเเคลนspectrumโดยคลื่น 900 MHz ของ AIS จะหมดอายุสัมปทานเดือน ก.ย.ปีนี้ ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการของ AIS ก็น่าจะทำสถิติใหม่ได้ใน Q3-Q4 เพราะไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมจากคลื่น 900MHz ที่ปกติจะบันทึกประมาณ 2,000 ล้านบาท/ไตรมาส ดังนั้นAIS เป็นหุ้น Top pick ของเรา Target price 270 บาท
MAJOR (38.50) ไดโนเสาร์คืนชีพ! วันก่อนผมได้ไปดู Jurassic World ขอบอกเลยว่ามันส์มากด้วย Indominus Rex ลุยแหลกทั้งเรื่อง(ใครอยากเห็นหน้าตาไปดูเอาเองครับ) เลยกลับมาดูที่ราคาหุ้น MAJOR ก็ขอบอกว่า story เดียวกันคือเกมส์หุ้นกำลังจะมันส์อีกครั้ง เราคาดกำไรสุทธิได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วไตรมาสที่ 1 โดยปีนี้จะมีหนังฟอร์มยักษ์ทยอยเข้าฉายต่อเนื่องบวกกับเศรษฐกิจดีขึ้น คนก็ไปดูหนังกันจริงป่ะ เราคาดว่ากำไรสุทธิของ MAJOR จะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/58 เป็นต้นไปจากหลายปัจจัยหนุน อาทิ 1) บริษัทฯ มีแผนเปิดให้บริการโรงหนังใหม่จำนวน 26 โรงในไตรมาส 2/58 และ 71 โรงในช่วง 2H58 2) คาดรายได้โฆษณาในไตรมาส 2/58 จะแข็งแกร่งเนื่องจากจะมีสปอนเซอร์รายใหม่หลายรายจากการเปิดสาขาใหม่ที่ Emquartier และ 3) มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวู๊ดเข้าฉายหลายเรื่องในไตรมาส 2/58 อาทิ Fast and Furious 7, Avengers: Age Of Ultron, Tomorrow Land, Ant-Man และ Mission Impossible 5 เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 58 ขึ้น 5% เนื่องจากคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/58 จะดีกว่าประมาณการเดิมของเรา ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 38.50 บาทคำนวณด้วย 2015F PE ที่ 23.5 เท่าหรือ +1.0SD ต่อค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 18.4 เท่า และเราคาดว่า dividend yield ของ MAJOR จะอยู่ที่ประมาณ 4% ก็น่าสนนะครับผม
นักลงทุนระยะยาว : CENTEL (43.50), EFORL (2.20)
CENTEL (43.50) หลังจากข่าวไวรัส MERS เริ่มซาลง เพราะไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ CENTEL ก็เริ่มฟื้นคืนชีพ เรายังมองว่าถือไปได้ต่อนะครับ โดยคาดว่ากำไรสุทธิของ CENTEL จะขยายตัวขึ้นแข็งแกร่งที่ 43.6% yoy อยู่ที่ 1,706.8 ล้านบาทในปี 58 จากผลการดำเนินงานของโรงแรมในกรุงเทพฯ ประกอบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก Centara Kata Resort ภูเก็ตจากการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 50% รวมทั้งธุรกิจอาหารที่เติบโตขึ้นต่อเนื่องและ EBITDA margin ของอาหารที่ดีขึ้นแถมการพัฒนาโรงแรมใหม่ตามแผนและทรัพย์สินโรงแรมเดิมในหัวหิน พัทยาและภูเก็ตที่ขยายตัวขึ้นจะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว การพัฒนาตามแผนของบริษัทฯ ประกอบไปด้วย 1) รีสอร์ทของตัวเอง 2 แห่งที่มัลดีฟ 2) JV ที่สัดส่วน 50:50 กับพันธมิตรในประเทศสำหรับการพัฒนาโรงแรมในพม่าและศรีลังกาและ 3) การพัฒนาโรงแรม Cosi ของตัวเองอีก 2 แห่ง ราคา target 43.50 น่าจะได้เห็นปีนี้ไม่ยากเลย แต่ก็อย่าลืม Take profit นะครับ
EFORL (2.20) เราแนะนำค่อยๆเก็บและถือยาวหุ้นเล็กที่ไม่ธรรมดาตัวนี้ upside มโหฬารด้วยเป้า 2.20 ก็ปัจจัยบวกมันมีอยู่เพียบนี่:
• ทีมขายใหม่จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ณ. ปัจจุบัน 80% ของใบอนุญาติขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ถูกโอนจากเจ้าของบริษัทเดิมมายัง EFORL แล้ว ผู้บริหารคาดว่าใบอนุญาติทั้งหมดจะถูกโอนมายัง EFORL ได้ภายในไตรมาส 3/58 และเพื่อเป็นการเพิ่มยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มากขึ้น บริษัทฯ ได้รับพนักงานขายใหม่ (ซึ่งคิดเป็น 50% ของทีมขายเดิม) เพื่อเข้ารับการฝึกอบรมและพร้อมที่จะขายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ได้ในปีหน้า ดังนั้น เราคาดว่ายอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์จะเติบโตขึ้นต่อเนื่องได้ทีปีละ 10%
• มุ่งเน้นไปยังอัตราการทำกำไรของวุฒิศักดิ์ จากการที่สาขาทั้งหมดของวุฒิศักดิ์ คลินิก (EFORL ถือหุ้นอยู่ 60%) รวม 121 สาขา มีที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชน และ พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นแล้ว ในจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วทั้งประเทศไทย และวุฒิศักดิ์ยังอยู่ระหว่างการ consolidation เพื่อพัฒนาอัตราการทำกำไร บริษัทฯ จึงยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสาขาในประเทศเพื่อเพิ่มยอดขายในขณะนี้ แต่บริษัทฯ จะมุ่งเน้นไปยังการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเพิ่ม margin ให้สูงขึ้น ดังนั้น เราคาดว่ายอดขายของวุฒิศักดิ์ในปี 58 จะยังอยู่ที่ 2,800 ล้านบาทเหมือนในปี 57 อย่างไรก็ดี เราคาดว่า gross margin และ net margin ในปี 58 จะขยายตัวขึ้นอยู่ที่ 30% และ 15% จาก 27% และ 11% ในปี 57 ตามลำดับ สำหรับในปี 59 วุฒิศักดิ์ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายโดยการเพิ่ม SSSG และเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศ
• เตรียมนำวุฒิศักดิ์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้นปีหน้า Wuttisak Group Inter Holding (WGIH ซึ่ง EFORL เป็นเจ้าของที่ 60% และถือหุ้น 100% ในวุฒิศักดิ์) อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และคาดจะเริ่มซื้อขายใน SET ได้ในช่วงต้นปีหน้า โดยในช่วงของการกระจายหุ้น EFORL จะขายหุ้นบางส่วนของ WGIH ออกไปละโดยจะแบ่งหุ้นของ WGIH ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของ EFORL ที่ราคา IPO และจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นมาชำระหนี้สินที่ค้างอยู่ที่ 3,400 ล้านบาท
• เตรียมขยายธุรกิจไปยังกลุ่มเครื่องสำอาง หลังถือหุ้น 51% ในบริษัท Siam Snail แล้ว EFORL ตั้งเป้าที่จะพัฒนาธุรกิจเครื่องสำอางโดยใช้เมือกจากหอยทากในประเทศไทย ในระยะใกล้ๆ นี้ (อาจจะในไตรมาส 3/58-4/58) บริษัท Siam Snail และบริษัทอื่นๆในเครือ จะมีการทำ JV กับโรงงานผลิตเครื่องสำอางในต่างประเทศเพื่อผลิตเครื่องสำอางร่วมกันสำหรับการขายปลีกทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ผลประทบต่ออนาคต ดังนี้ครับ :
• มี Upside จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม จากแผนการพัฒนาธุรกิจข้างต้น เราคาดว่าสัดส่วนของยอดขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ของ EFORL และยอดขายของวุฒิศักดิ์ในปี 58 จะอยู่ที่ 40% และ 60% ตามลำดับ สำหรับสัดส่วนกำไรสุทธิในปี 58 จากอุปกรณ์ทางการแพทย์และวุฒิศักดิ์คาดจะอยู่ที่ 25% และ 75% ตามลำดับ จากการที่บริษัทมีแผนการที่จะขยายธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เสริมความงามด้วย เราจึงคาดว่ายอดขายและกำไรสุทธิของ EFORL จะเปลี่ยนจากสัดส่วนไปจากปัจจุบัน เรากำลังรอภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นของการพัฒนาสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางของ EFORL ก่อนที่จะปรับเพิ่มประมาณการยอดขายและกำไรสุทธิ สำหรับในตอนนี้ เรายังคงประมาณการการเติบโตของยอดขายในปี 58 และ 59 เดิมไว้ที่ 249% และ 20% yoy ตามลำดับ และคาดกำไรหลักในปี 58 และ 59 จะเติบโตขึ้น 158% และ 36% yoy ตามลำดับ
• จะกลายมาเป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สินหลังจากขายหุ้นวุฒิศักดิ์บางส่วนออกไป หากเงินที่ได้จากการขายหุ้น WCIH บางส่วนออกไประหว่างการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เพียงพอที่จะชำระหนี้สินทั้งหมดของ EFORL ที่ 3,400 ล้านบาท EFORL จะกลับมามีฐานะทางการเงินที่เข้มแข็งอีกครั้ง นอกจากนี้ยังจะช่วยเพิ่ม net margin รวมของ EFORL เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ประมาณปีละ 220 ล้านบาทจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากนั้น EFORL อาจจะสามารถมองหาการลงทุนใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทฯ ต่อไป
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- คลังประเมินผลกระทบภัยแล้ง ฉุดกำลังซื้อส่งผลจีดีพีปีนี้ลดลงจากคาดการณ์ 0.5% หวังเร่งเบิกจ่ายภาครัฐช่วยกระตุ้น ด้าน สศก.ชี้ซ้ำเติมภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รายได้ภาคเกษตรลดลง 11% หนี้เพิ่มขึ้น 22% ขณะเอกชนระบุเป็นโอกาสผลผลิตลด รัฐบาลเร่งระบายสต็อก
- ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค หวัง "นโยบายภาครัฐ-ท่องเที่ยว-ส่งออก" ฟื้นเศรษฐกิจกำลังซื้อ สหพัฒน์คาดสิ้นปีขยายตัวเล็กน้อย 5% ด้านแอร์โรว์ ระบุ ลูกค้ากลุ่มผู้ชายลดค่าใช้จ่ายฉุดยอดขาย เล็งเพิ่มตลาดต่างประเทศชดเชย ขณะที่ไลอ้อน วางแผน 5 ปี ลงทุน 500 ล้าน เพิ่มกำลังผลิต-ส่งออก ดันรายได้ทะลุ 2 หมื่นล้าน
+ พลังงานพร้อมเปิดเอกชนยื่นขอสิทธิ สำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 แยกสองระบบทั้งระบบสัมปทานและแบ่งปันผลผลิต ชี้หากล่าช้าไปกว่านี้ จะเสียโอกาสดึงนักลงทุน เหตุประเทศเพื่อนบ้านเตรียมปรับเงื่อนไขจูงใจนักลงทุนมากกว่า
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,890.36 จุด ลดลง 75.71 จุด หรือ -0.42%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (25 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่าการเจรจาหนี้กรีซอาจจะยืดเยื้อ หลังจากการประชุมระหว่างกรีซและรมว.คลังยูโรโซนซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวานนั้น ที่ประชุมไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 57 เซนต์ ปิดที่ 59.7 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (25 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับอุปทานน้ำมันดิบที่สูงเกินไป หลังจากมีรายงานว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในเดือนพ.ค.








