วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พาณิชย์' คงเป้าส่งออกทั้งปีโต 1.2%

กระทรวงพาณิชย์ คงเป้าส่งออกทั้งปีโต 1.2% แม้ส่งออก 5 เดือนแรกหดตัว 4.20% แจงนำเข้าติดลบเกือบ 20% เพราะนำเข้าน้ำมันมาก

นายสมเกียรติ ตรีรัตน์พันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการส่งออก-นำเข้าประจำเดือนพฤษภาคม ในรูปของเงินเหรียญสหรัฐฯ ว่า การส่งออกในเดือนพฤษภาคม2558 มีมูลค่า 18,429 ล้านดอลลาร์ หดตัว 5.01% จากเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY) และเป็นการชะลอตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. 58 ที่หดตัว 1.70% จากเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY)

ทั้งนี้ การหดตัวของมูลค่าส่งออกในเดือน พ.ค.ถือเป็นการหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ส่งผลช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-พฤษภาคม) มีมูลค่าการส่งออก 88,694 ล้านดอลลาร์ ลดลง 4.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายการส่งออกทั้งปีที่ 1.2%

สำหรับมูลค่าการส่งออกของไทยที่ลดลง เนื่องจากการส่งออกยานยนต์และส่วนประกอบขยายตัวต่ำ สินค้าเกี่ยวข้องกับน้ำมันมีมูลค่าส่งออกต่ำตามราคาน้ำมัน และสินค้าเกษตรมีมูลค่าส่งออกต่ำตามราคาในตลาดโลก

"เรายังคงไม่ปรับเป้าหมายการส่งออกในตอนนี้ ซึ่งยังคงต้องรอดูภาพการส่งออก และนำเข้าแบบเดือนต่อเดือนไปก่อน"นายสมเกียรติ กล่าว

สำหรับการนำเข้าในเดือนพฤษภาคม มีมูลค่า 16,012 ล้านดอลลาร์ ลดลง 19.97% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเป็นการชะลอตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. 58 ที่การนำเข้าหดตัว 6.84% จากเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY)

ส่งผลช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-พฤษภาคม) มีมูลค่าการนำเข้า 85,371 ล้านดอลลาร์ ลดลง 9.39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และดุลการค่าระหว่างประเทศเดือนพฤษภาคม เกินดุล 2,417 ล้านดอลลาร์ และ 5 เดือนแรกเกินดุล 3,323 ล้านดอลลาร์  

"นำเข้าอย่างไรก็ลบ เพราะเรามีการนำเข้าน้ำมันเยอะมาก ยังไงก็ติดลบอยู่ เพราะราคาน้ำมันมันลงไปค่อนข้างมาก คงต้องจับตาดูในไตรมาส 4/2558 ที่คาดว่าราคาน้ำมันน่าจะเริ่มขยับขึ้นได้"นายสมเกียรติ กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลกระทบให้การส่งออกของไทยหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี จากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ เช่น ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและตลาดคู่ค้าหลักในปัจจุบันชะลอตัว โดยเฉพาะสหภาพยุโรปญี่ปุ่น และอาเซียน ในขณะที่สหรัฐเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อย ด้านราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในระดับต่ำ โดยในเดือนพ.ค.ลดลงถึง 39.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลกระทบต่อมูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันเช่น น้ำมันสำเร็จรูป เคมีภัณฑ์ และเม็ดพลาสติก