ADVANC ซื้อ, GUNKUL ซื้อ, CK ซื้อ, AMATA ซื้อ
ADVANC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 270 บาท
ADVANC : เราคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรสุทธิลดลง qoq ในไตรมาสที่ 2/58 ถูกถ่วงด้วยการอยู่นอกฤดูกาลขายด้านรายได้ค่าบริการ จากรายได้ด้านเสียงที่ต่ำลง มากไปกว่านั้น เราคาดว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดจะปรับเพิ่มขึ้นจากการออกโครงข่าย 3G คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 270 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
GUNKUL ซื้อ Consensus 31.50 บาท
GUNKUL : นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าที่ประชุม คณะกรรมการของบริษัทครั้งที่ 8/2558 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2558 ได้มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ของ บริษัท กรีโนเวชั่นเพาเวอร์ จำกัด (GNP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทในมูลค่ารวมของโครงการประมาณ 6,325 ล้านบาท โดย GNP ประกอบธุรกิจพัฒนาและทำกิจการโรงไฟฟ้า เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานลมให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นอกจากนี้บริษัทยังอนุมัติการเข้าทำรายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท Sendai Okura Mega Solar Godo Kaisha (GK Sandai) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท มูลค่ารวมของโครงการประมาณ 3,527.80 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)
CK ซื้อ ราคาพื้นฐาน 30 บาท
CK : นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ช.การช่างจำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทได้มีการปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ปีนี้เป็น 40,000 ล้านบาท จากเดิมตั้งไว้ 35,000 ล้านบาท เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทจะสามารถรับรู้รายได้ 20,000 ล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะมีรายได้ 20,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาสที่ 1/58 บริษัทมีงานในมือที่กำลังดำเนินการอยู่จำนวน 87,000 ล้านบาท ขณะที่ในครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมจะเข้าร่วมประมูลงานใหม่ มูลค่ารวมกว่าแสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับงานประมาณ 20-25% ของมูลค่างานทั้งหมด เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 1 แสนล้านบาท โครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และเส้นทางสระบุรี-แก่งคอย-คลองสิบเก้า (ข่าวหุ้น)
AMATA ซื้อ ราคาพื้นฐาน 19.50 บาท
AMATA : นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า สำหรับในปีนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายที่ดินไว้ที่ 1,000 ไร่ เนื่องจากแนวโน้มในครึ่งปีหลังเริ่มดีขึ้น โดยนักลงทุนเริ่มกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมียอดขายที่ดินแล้วจำนวน 300-400 ไร่ และปกติแล้วในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 เป็นช่วงที่ดีที่สุด รวมทั้งเริ่มมีสัญญาณที่ชัดเจนจากกลุ่มนักลงทุนรายใหม่ที่สนใจเข้ามาซื้อที่ดิน จึงมั่นใจว่าในช่วงที่เหลือบริษัทจะสามารถขายที่ดินได้ตามเป้าที่วางไว้ ส่วนรายได้จากการขายที่ดินจะเติบโตกว่าปีก่อนที่ทำได้ 5,347 ล้านบาท เนื่องจากจะมีรายได้จากการขายที่ดินเพิ่มขึ้น 3% ตามมูลค่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น และจำนวนที่ดินขายจะใกล้เคียงกับปีก่อน (ข่าวหุ้น)





